SET จะแกว่งตัวออกด้านข้างรอปัจจัยบวก
SET View
- แนวโน้ม SET เราคาดว่า SET จะแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อรอปัจจัยบวกใหม่ โดยมองกรอบเคลื่อนไหว1585-1595(1)กลุ่มพลังงาน (18% ของมูลค่าตลาดรวม) ยังคงถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวลง ล่าสุดBrent ปรับลดลงมาต่ำกว่าแนวรับจิตวิทยาที่ US$70ต่อบาร์เรล(2)นักลงทุนสถาบันขายสุทธิเป็นวันที่สี่อีก2.6 พันล้านบาท กดดันจิตวิทยาการลงทุน(3) ทางเทคนิค มีโอกาสปรับลงมาทดสอบ 1585 จุดหากปิดเหนือไม่ได้จะเป็นสัญญาณไม่ดี(4) ตลอดสัปดาห์ นักลงทุนบางส่วนจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุม ECB (4 ธ.ค.) รวมถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ (5 ธ.ค.)
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาก SET ยังคงยืนเหนือ 1585 จุด หาจังหวะขึ้นขายลงซื้อ
1)Top Daily Pick : GRAMMY (เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากการมีช่องดิจิทัลทีวีเป็นของตน ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงของการ Turnaround หลังขายทิ้งธุรกิจไม่ทำกำไร และเพิ่งลง contents ใหม่สำหรับดิจิทัลทีวี) SST (หลุด Cash balance เป็นวันแรก คาดกำไรปกติ 4Q57 จะกลับเป็นบวกครั้งแรกจากการรับรู้รายได้ Greyhound เต็มไตรมาส มี upside จากการขยายธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย)
2)Technical Pick : BBL SPALI BWG AUCT MFEC
3)Theme Play : กลุ่มรับเหมาฯ (CK STEC UNIQ) ได้ประโยชน์จากงานประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ หุ้นกลุ่มนำตลาดที่คาดผลประกอบการ 4Q57 เติบโตต่อเนื่องหรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว/จากปัจจัยฤดูกาล ทั้งกลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH JAS THCOM SIM) พัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็น Top Picks(LH SPALI)ท่องเที่ยว/ขนส่ง/โรงพยาบาล (AOT ERW MINT BGH)
กลยุทธ์การลงทุนเดือนธ.ค. 57
•แนวโน้ม SET ในเดือนธ.ค.มีโอกาสยืนเหนือ 1600 จุด โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1560-1630 จุด ด้วยปัจจัยสนับสนุน (1) เม็ดเงิน LTF ที่รอเข้าตลาดในเดือนนี้ที่คาดไม่น้อยกว่า 1-2 หมื่นล้านบาท จะผลักดันการซื้อสุทธิของนักลงทุนสถาบัน จากสถิติที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันจะซื้อสุทธิในเดือนธ.ค.ถึง 7 ใน 8 ปี ขณะที่ SET ปรับขึ้นในเดือนธ.ค. ราว 6 ใน 7 ปี (2) ความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลประกอบการช่วง 4Q57-1Q58จากปัจจัยฤดูกาลจับจ่ายใช้สอย/ส่งออก/ท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ/โครงการลงทุนจากภาครัฐ รวมถึงราคาน้ำมันดิบทิศทางขาลงจะเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยภาพรวม(3) สภาพคล่องส่วนเกินโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากผ่อนคลายมาตรการการเงินของประเทศแถบยุโรป จีนและญี่ปุ่น จะส่งผลให้มีเงินไหลกับเข้ามาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค
•ปัจจัยที่ต้องติดตาม ที่กระทบจิตวิทยาการลงทุน อาจทำให้ SET ขึ้น/ลงแรงกว่าคาด (1) แนวโน้มการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของนักวิเคราะห์โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน จากสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ และกลุ่มธนาคารจากสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อ/NPL (2) ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB วันที่ 4 ธ.ค.นี้หากไม่มีความชัดเจนเรื่องวงเงินและกรอบเวลาการเข้าซื้อสินทรัพย์จะมีนัยเชิงลบ (3) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตรการว่างงานเดือนพ.ย.ของสหรัฐวันที่ 5 ธ.ค.หากออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดจะผลักดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องและกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์เสี่ยงที่เป็น Non US dollar(4) การประชุมกนง.วันที่ 17 ธ.ค.นี้หากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากระดับปัจจุบันที่ 2% จะมีนัยเชิงบวก (5) ตัวเลขส่งออกเดือนพ.ย.ซึ่งคาดจะประกาศช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ หากยังคงเติบโตต่อเนื่องจากเดือนก่อน (+3.9% ในเดือนต.ค.) จะมีนัยเชิงบวกและในทางกลับกัน (6) การประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ/ความคืบหน้าโครงการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีนัยต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและแผนพัฒนาปฎิรูปพลังงานที่มีนัยต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน/โรงไฟฟ้า/พลังงานทางเลือก
•กลยุทธ์การลงทุนประจำเดือน : (1) เลือกเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนำตลาดมูลค่าตลาดปานกลาง-ใหญ่ที่จะเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบัน/ต่างชาติ อาทิ กลุ่มรับเหมาฯ (CKSTEC UNIQ) ได้ประโยชน์จากงานประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ กลุ่มที่คาดงบ 4Q57 เติบโตต่อเนื่องหรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งกลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH JAS THCOM SIM) พัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็น Top Picks(LH SPALI) ท่องเที่ยว/ขนส่ง/โรงพยาบาล (AOT ERW MINT BGH) (2) ทยอยสะสมหุ้นที่เราแนะนำ “ซื้อ” มี upside จากมูลค่าเหมาะสมมากกว่า 20% เพื่อรอไปขายช่วง 1Q58 (GRAMMY THCOM SIM AH SST SNC SAT MFEC RS KTIS SYMC INTUCH AMATA KAMART) เรียงตาม upside






