'ประมนต์'รออุทธรณ์โต้'โตโยต้า'เลี่ยงภาษี

"ประมนต์" โต้ข่าวโตโยต้าเลี่ยงภาษีนำเข้า 1.1 หมื่นล้าน แจงดำเนินการตามขั้นตอน ชี้คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์
นายประมนต์ สุธีวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าบริษัทโตโยต้า หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์รุ่นพรีอุส (prius) มูลค่ากว่า1.1 หมื่นล้านบาท โดยชี้แจงว่าบริษัทโตโยต้าได้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นดังกล่าว เพื่อผลิตเป็นรถยนต์สำเร็จรูปรุ่นพรีอุสในประเทศ โดยรถยนต์สำเร็จรูปแต่ละคันจะมีชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนหนึ่ง และซื้อจากผู้ผลิตในประเทศ 32 ราย
โดยนำเข้าชิ้นส่วนดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งบริษัทได้สำแดงรายการสินค้า ประเภทพิกัด และอัตราอากรตามกฎหมายที่กำหนด และให้สิทธิลดอัตราอากรของสินค้าแต่ละชนิด เป็นการสำแดงประเภทพิกัด เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ เป็นไปตามข้อกฎหมายของศุลกากร ได้รับการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรแล้ว 245 ครั้ง แต่ต่อมากลับถูกเรียกให้เสียภาษีเพิ่มย้อนหลังมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวบริษัทโตโยต้า ได้ยื่นอุทธรณ์และได้ชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาการอุทธรณ์ไว้แล้วตั้งแต่วันที่4 ธ.ค.2556 และ 31 ก.ค.2557 โดยเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมศุลกากร โดยบริษัทหวังว่าจะได้รับการพิจารณาและได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อไป
"เรื่องที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ น่าจะเป็นประเด็นทางการเมืองที่ใช้เรื่องนี้โจมตีผม ในฐานะประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และประธานกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสปช. หากคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของผมทางการเมืองทั้งสองตำแหน่ง และกระทบไปถึงรัฐบาล ที่มีความตั้งใจในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น หรืออาจเป็นการปล่อยข่าวเพื่อหวังผลให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่กล้าที่จะวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว เพราะมีตัวเลขค่าภาษีอากรจำนวนสูงมาก กรณีที่มีการกล่าวหาผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ด้วยถ้อยคำหมิ่นประมาทตัวผม ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินคดีตามกฎหมายในคดีหมิ่นประมาทแล้ว" นายประมนต์กล่าว
ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีการเรียกภาษีนำเข้าเพิ่มจากบริษัทโตโยต้า ขณะนี้บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์ต่อกรมศุลกากรแล้ว โดยนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ และอยู่ระหว่างการเรียกข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จจะได้ส่งผลการพิจารณาเข้าคณะกรรมการอุทธรณ์ชุดใหญ่ต่อไป
สาเหตุที่ต้องเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มจากบริษัท เนื่องจากกรมฯพิจารณาเห็นว่าการนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์รุ่นพรีอุสของโตโยต้า เป็นการนำเข้าในลักษณะที่ควรสำแดงภาษีในรูปแบบของการนำเข้าทั้งคัน ขณะที่บริษัทสำแดงภาษีในรูปแบบชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ จะมีอัตราภาษีต่างกันมาก หากนำเข้าทั้งคันจะมีอัตราภาษี 80% ของมูลค่า แต่หากนำเข้าเฉพาะชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จะเสียในอัตรา 5-20% แล้วแต่ชนิดของส่วนประกอบ
"หากบริษัทมีหลักฐานชัดเจนว่า ชิ้นส่วนนำเข้านั้น นำมาเพื่อประกอบรถยนต์จริง จะให้ความเป็นธรรม แต่หากนำเข้าชิ้นส่วน เพื่อประกอบรถยนต์ได้ทั้งคัน ก็ต้องจัดเก็บภาษีตามเกณฑ์" นายสมชัย กล่าว




