พลังงานเตรียมปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดน้ำมัน-ก๊าซ ด้านเอกชนชี้ไม่ส่งผลต้นทุน
ขณะวงการน้ำมันประเมินราคาน้ำมันดิบมีโอกาสร่วงแตะ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล
การเปลี่ยนแปลงในตลาดพลังงานสำคัญของโลก คือ น้ำมันดิบและก๊าซ เนื่องจากมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ ทำให้ราคาน้ำมันโลกร่วงต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดรอบ 4 ปี ในขณะเดียวกันราคาก๊าซก็ไม่ได้เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับน้ำมันดิบ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้กระทรวงพลังงานเตรียมปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ โดยคาดว่าจะเสนอแผนดังกล่าวได้ในต้นปีหน้า ซึ่งจะมีการปรับแผนทั้งการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงแต่ละประเภท
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าแนวโน้มทิศทางราคาน้ำมันในปี 2558 มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับลดมาอยู่ระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นผลดีกับการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน
นายอารีพงศ์ กล่าวว่าโอเปคอาจไม่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางราคาเหมือนเช่นในอดีต ในขณะที่บทบาทของกลุ่มประเทศนอกโอเปค ที่มีแหล่งน้ำมันอยู่เช่นสหรัฐอเมริกา ก็มีการผลิตน้ำมันใช้ในประเทศตัวเองมากขึ้น
“แนวโน้มทิศทางราคาน้ำมันที่เปลี่ยนไปและไม่ได้ผูกโยงกับราคาก๊าซ ทำให้กระทรวงพลังงานวางยุทธศาสตร์การใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งใหม่ โดยมีทั้งแผนยุทธศาสตร์น้ำมัน และแผนยุทธศาสตร์ก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะ ที่น่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาสแรกของปี 2558 นี้” นายอารีพงศ์ กล่าว
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปัจจัยที่จะมีผลต่อราคาน้ำมันที่ชัดเจนคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทั้งในส่วนของสหรัฐฯและยุโรป โดยมองว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบในปีหน้า น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้เคียงกับปีนี้ เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ น่าจะยังไม่ฟื้น
ปตท.คาดน้ำมันทรงตัวที่ระดับปัจจุบัน
นายบุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ตลาดค้าปลีก หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท. ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบคงจะไม่ลดต่ำไปกว่าระดับปัจจุบันเท่าใดนัก เพราะลดลงมามากแล้ว จากที่ราคาตลาดโลกวานนี้ (27 พ.ย.) ร่วงลงมาอีก เพราะประเมิน 2 ทางแล้วว่าที่ประชุมโอเปควันนี้อาจจะตัดสินใจไม่ลดกำลังผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน แต่หากลดกำลังผลิตราคาก็คงอาจจะปรับขึ้นไม่มาก ขณะที่ค่าการตลาดน้ำมันล่าสุดวานนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.30 บาทต่อลิตร
“ขณะนี้ราคาน้ำมันประเมินยากมาก เพราะมีผู้ผลิตหลายรายมากขึ้นและเดาใจโอเปคได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม ราคาที่ลงมาถึงระดับกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็นราคาที่ต่ำและอยู่ได้ยาก ผู้ผลิตคงไม่อยากให้ราคาลดต่ำลงอีก”นายบุรณิน กล่าว
ระบุไม่ส่งผลต้นทุนผลิต
นายสุชัย รัตนเจียเจริญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า กล่าวว่าจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้ามากนัก เพียงแต่ทำให้ภาพรวมต้นทุนการผลิตสินค้าอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเป็นน้ำมันเบนซิน ขณะที่ภาคการขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ จะใช้น้ำมันดีเซล และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) เป็นเชื้อเพลิงหลัก
นายวุฒิพงษ์ หวังสันติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร เฟอร์ติไลเซอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมีตรามงกุฎ และตราปุ๋ยทิพย์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันจะมีผลต่อราคาปุ๋ยหรือไม่ต้องดูระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นยังไม่กระทบธุรกิจมากนัก เพราะไม่ใช่ฤดูกาลจำหน่ายปุ๋ย นอกจากนี้ ต้นทุนการขนส่งปุ๋ยส่วนใหญ่บริษัทจะไม่ได้รับภาระมากนัก เพราะเอเย่นต์จะทำหน้าที่มารับปุ๋ยจากบริษัทเอง
ส่วนระยะยาวราคาพลังงานจะมีผลต่อการขนส่งปุ๋ยทางเรือ และราคาแม่ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งต้นทุนเกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมัน
นายวีระชัย ธีรภาพพจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค กล่าวว่า น้ำมันน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในขณะนี้ ยังไม่มีผลต่อราคาสินค้า อย่างไรก็ตามหากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลให้บริษัท รวมถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆได้รับอานิสงส์ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ซึ่งถือเป็นสัดส่วนราว 1-2% ของต้นทุนการผลิต
ชี้หลายปัจจัยฉุดราคาน้ำมันร่วง
นายอาลี อัลไนมี รัฐมนตรีน้ำมันซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่าประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) มีความเห็นตรงกัน ซึ่งผู้แทนจากกลุ่มโอเปคคนหนึ่งเผยว่าประเทศในอ่าวเปอร์เซียเห็นพ้องว่าจะไม่ลดกำลังการผลิต เว้นแต่จะมีการรับรองถึงส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งมีการสกัดน้ำมันจากหินดินดานได้ปริมาณมากจนเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งให้ปริมาณน้ำมันในโลกล้นเกิน
นอกจากปริมาณการจัดหาน้ำมันในโลกที่มีล้นเกินแล้ว เงินดอลลาร์แข็งค่า ประกอบกับความวิตกว่าเศรษฐกิจโลกอ่อนแอจะทำให้มีความต้องการน้ำมันน้อย ล้วนเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งราคาน้ำมัน จนกระทั่งสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศเตือนว่าการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด และราคาจะลดลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
โอเปคผลิตน้ำมันวันละ 30.6 ล้านบาร์เรลเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายอย่างเป็นทางการซึ่งกำหนดไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรล ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนคาดว่าโอเปคจะลดกำลังการผลิตที่ล้นเกินอยู่ 600,000 บาร์เรล มากกว่าจะลดเพดานการผลิตอย่างเป็นทางการลงจาก 30 ล้านบาร์เรล ปริมาณการผลิตดังกล่าวถือเป็น 43% ของการผลิตน้ำมันทั้งโลก และโอเปคประเมินว่าการจัดหาจะมีมากกว่าความต้องการใช้น้ำมันกว่า 1 ล้านบาร์เรลในครึ่งแรกของปีหน้า
นักวิเคราะห์ชี้โอเปคตัดสินใจยาก
นายฟาหวัด ราซักซาดา นักวิเคราะห์แห่งฟอเรกซ์ดอทคอม แสดงความเห็นว่าหากโอเปคลดเพดานการผลิต ก็จะเท่ากับยอมเสียส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นให้แก่ผู้ผลิตน้ำมันจากหินดินดาน ซึ่งไม่เอื้อประโยชน์แก่สมาชิกโอเปคในระยะยาว หากโอเปคตัดสินใจไม่ลดกำลังการผลิตก็จะหมายถึงสงครามราคาอันเป็นสิ่งที่ซาอุดีอาระเบียกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียสามารถรับมือได้เพราะมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศก้อนใหญ่ แต่ประเทศอื่นที่เป็นสมาชิกโอเปคอย่างเวเนซุเอลาหรืออิหร่าน อาจเผชิญปัญหา
นายไบจัน ซันเกเนห์ รัฐมนตรีน้ำมันอิหร่าน กล่าวว่าสมาชิกโอเปคบางคนเชื่อว่านี่เป็นเวลาที่ต้องปกป้องส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทุกคนในตลาดเชื่อว่าขณะนี้น้ำมันกำลังล้นตลาด และจะมีล้นตลาดไปถึงปีหน้า แต่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของโอเปคกลุ่มเดียวในการแก้ปัญหาการผลิตที่ล้นเกิน เพราะประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปคต้องเข้าร่วมบริหารปริมาณน้ำมันในตลาดด้วย
รัสเซียชี้ราคาต่ำกระทบผู้ผลิตสหรัฐ
รัสเซีย ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกโอเปค และผลิตน้ำมันวันละ 10.5 ล้านบาร์เรล หรือ 11% ของการผลิตในโลก แสดงท่าทีว่าอาจลดการผลิต แต่หลังจากการหารือกับซาอุดีอาระเบีย เวเนซุเอลา และเม็กซิโกแล้ว รัสเซียกล่าวว่าจะไม่ลดกำลังการผลิตแม้ราคาลดเหลือบาร์เรลละ 60 ดอลลาร์ พร้อมระบุว่าราคาน้ำมันที่ดำดิ่งลงจะส่งผลเสียต่อผู้ผลิตน้ำมันที่มีต้นทุนสูง ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการพาดพิงถึงผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐ
นายแอนทัน ซิลัวนอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียคาดว่าราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะกลาง และอาจรวมถึงระยะยาว
ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุด ได้ลดราคาให้แก่ลูกค้าในสหรัฐ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ล่าสุดนายอัลไนมี รัฐมนตรีน้ำมันซาอุดีอาระเบีย และนายซูเฮส บิน โมฮัมเหม็ด อัลมัสโรนี รัฐมนตรีน้ำมันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คาดว่าตลาดน้ำมันจะมีเสถียรภาพเอง ซึ่งนักวิเคราะห์ตีความว่าคำพูดดังกล่าวหมายความว่าทั้งสองประเทศไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องลดการผลิตลงปริมาณมาก
นายอัลมัสโรนีกล่าวว่าราคาที่ลดลงไม่ถือเป็นวิกฤติที่ต้องแตกตื่น เพราะในอดีตที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเคยลดลงต่ำกว่านี้ ปริมาณน้ำมันที่ล้นเกินในตลาดเป็นผลมาจากการผลิตน้ำมันแบบใหม่ และเขาคิดว่าทุกคนต้องร่วมกันสร้างสมดุลแก่ตลาด ไม่ใช่ให้โอเปคเคลื่อนไหวฝ่ายเดียว
นายสัญจีพ คุปตะ แห่งบริษัทที่ปรึกษาอีวาย กล่าวว่าหากไม่มีประกาศลดกำลังการผลิตลงในปริมาณมาก ราคาน้ำมันดิบจะลดลงไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนม.ค. ในตลาดสิงคโปร์ลดลง 89 เซนต์ อยู่ที่ 72.80 ดอลลาร์ ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ในทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.19 ดอลลาร์ ที่ 76.56 ดอลลาร์









