วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

HOTPOT - เก็งกำไร

คาดจะกลับมาฟื้นตัวชัดเจนใน 2H58

คาดปี 2557 ยังมีผลขาดทุน

ใน 3Q57 HOTPOT มีผลประกอบการขาดทุน 10 ล้านบาท จาก 1) รายได้ที่มีการหดตัวลง 5% YoY และ 8% QoQ จากยอดขายสาขาเดิมหดตัวราว 20% YoY ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากเทศกาลเจในเดือน ก.ย.ทำให้ยอดขายในเดือนดังกล่าวต่ำสุดในรอบปี 2) อัตรากำไรปรับลดลงจากภาระต้นทุนคงที่ในสัดส่วนสูง 60% และ 3) การบันทึกขาดทุนจากการปิดสาขาราว 5 ล้านบาท ในขณะที่ 4Q57 ยังไม่เห็นการฟื้นตัวชัดเจน ล่าสุดยอดขายเดือน ต.ค. ยังหดตัวลงเล็กน้อยเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าช่วงที่เหลือของปี ผลประกอบการจะฟื้นตัวตามฤดูกาล ประกอบกับการทำรายการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ 4Q57 พลิกมีกำไร เราคาดปี 57 HOTPOT จะขาดทุนราว 8 ล้านบาท ดีขึ้นจาก 9M57 ที่มีผลขาดทุน 14 ล้านบาท

ปรับกลยุทธ์ขยายสาขาแบบอนุรักษ์นิยม

เราสอบถามไปยังบริษัทถึงแผนการเติบโตในปีหน้าจะเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ช้า เราจึงปรับลดสมมติฐานการเปิดสาขาสุทธิในปี 58 เป็น 6 สาขา และเปิดในรูปแบบบุฟเฟต์ที่มีทั้งหม้อต้มและเตาปิ้งย่างในโต๊ะเดียว (แบรนด์ “HD”)ทั้งหมด เนื่องจากมีความหลากหลายมากกว่า ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจนมียอดขายเฉลี่ยต่อสาขาสูงสุดรองจาก HOTPOT Prestige ในขณะที่การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนของลูกค้าต่อจากนี้จะสูงขึ้น หลังปรับรูปแบบร้านจาก Hotpot Buffet Value เป็น Hotpot Inter Buffet ทั้งหมดแล้วใน 3Q57 ส่งผลให้ HOTPOT มีความสามารถปรับขึ้นราคาขายได้หัวละ 20 บาท

ปี 2558 ยังเป็นเพียงแนวโน้มฟื้นตัว

เราปรับประมาณการกำไรปี 58 – 59 ลง 66% และ 62% ตามลำดับ จากการฟื้นตัวของผลประกอบการช้ากว่าคาด และ SG&A ต่อยอดขายที่อยู่ในระดับสูงจากภาระต้นทุนคงที่ ประกอบกับการขยายสาขาแบบอนุรักษ์นิยมมากขึ้น สำหรับปี 58 เราประมาณการกำไรสุทธิ HOTPOT ที่ 21 ล้านบาท โดยมองผลประกอบการในช่วง 1H58 จะยังทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 57 เนื่องจากการอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปรับกลยุทธ์รูปแบบร้านใหม่ และคาดจะยังมีการบันทึกขาดทุนจากการปิดสาขากดดันผลประกอบการ ก่อนที่การฟื้นตัวจะมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้นในช่วง 2H58 จากฐานต่ำในปีนี้และเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น

ปรับลดคำแนะนำแค่ “เก็งกำไร”

เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ด้วยวิธี DCF (WACC = 9.3% , growth = 2%) ได้มูลค่าเหมาะสมใหม่ 3.50 บาท ลดลงจากเดิมที่ 3.80 บาท จากมุมมองการเติบโตในปีหน้ายังไม่โดดเด่น โดยเฉพาะใน 1H58 ที่มีแนวโน้มทรงตัวจากปีนี้เท่านั้น ประกอบกับยังมีความเสี่ยงบันทึกขาดทุนจากการปิดสาขา ซึ่งจะกระทบกับประมาณการหากมีการปิดสาขามากกว่าคาด จึงปรับลดคำแนะนำจากเดิม “ซื้อ” เป็น “เก็งกำไร” ต่อผลประกอบการ 4Q57 ที่มีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นกำไรได้จากปัจจัยฤดูกาล