ผลสำรวจ หอการค้าภูมิภาค จี้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านลงทุน-ดันราคาสินค้าเกษตรหวังบริโภคฟื้น
ผลสำรวจ “หอการค้าภูมิภาค” จี้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านลงทุน-ดันราคาสินค้าเกษตรหวังบริโภคฟื้น หวังเขตเศรษฐกิจพิเศษแรงขับการเติบโตภูมิภาค ด้านม.หอการค้าไทย คาดปีหน้าจีดีพีโต 3-5% อานิสงส์ท่องเที่ยว-ลงทุน ห่วงเม็ดเงินลงทุนรัฐเข้าสู่ระบบช้า เผย "ชาวนา-เอสเอ็มอี" รายได้หด แนะเร่งหามาตรการดูแล
หอการค้าไทยได้ทำการสำรวจภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) สำรวจความเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 32 ที่จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 700 ราย จากทั่วประเทศ พบว่าเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2557และแนวโน้มปี 2558 ได้ปัจจัยบวกจากการเมืองที่มีเสถียรภาพ การค้าชายแดนคึกคักขึ้น การท่องเที่ยวฟื้นตัว การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา และโครงการลงทุนของภาครัฐ
ส่วนปัจจัยลบที่กระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคได้แก่ ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรชะลอตัว ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น งบประมาณการลงทุนของรัฐล่าช้า ภาระหนี้สินของครัวเรือน การส่งออกของไทยมีแนวโน้มชะลอตัว และภัยธรรมชาติ
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ความเห็นส่วนใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถามประเมินว่าปี 2557 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าจะขยายตัว 0.3% ส่วนปี 2558 ขยายตัว 3.3% โดยไตรมาส 4 ปีนี้ เศรษฐกิจภาคอีสานยังมีสัญญาณการชะลอตัว เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ และภาคการค้า การลงทุนที่ลดลง
ภาคเหนือ ปี 2557 น่าจะขยายตัว 0.6% ส่วนปี 2558 ขยายตัว 3.4% โดยไตรมาส 4 เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะสัญญาณการริโภคต่ำ แต่เชื่อว่าจะไม่มีการชะลอตัวต่ำไปกว่าปัจจุบัน คาดจะขยายตัวได้ดีในปี 2558 จากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่แม่สอดและการลงทุนภาครัฐ ทั้งนี้ภาคเหนือได้ประกาศโครงการนำร่อง “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคเหนือปี 2020” กำหนดให้เศรษฐกิจมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2558 หรือเฉลี่ยขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละ 5% ผ่านการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับภูมิภาคอนุลุ่มน้ำโขง(จีเอ็มเอส)
ภาคใต้ ปี 2557ขยายตัว 0.5% ปี 2558 ขยายตัว 3.2% โดยไตรมาส 4 ปีนี้ยังมีสัญญาณชะลอตัวจากภาคการเกษตร การค้าและการบริโภคชะลอตัว ปัจจัยสำคัญมาจากราคายางพาราที่ตกต่ำทำให้ชาวสวนยางมีระดับรายได้ต่ำลงต่อเนื่อง ส่งต่อกระทบกำลังการบริโภคคนในพื้นที่
ส่วนภาคกลาง ปี 2557 ขยายตัว 1.3% ปี 2558 คาดว่าจะขยายตัว 5.3% โดยไตรมาส 4 ปีนี้ยังคงมีสัญญาณชะลอตัวเช่น กันเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ขณะที่ภาคตะวันออก ปี 2557 ขยายตัว 1.5% ปี 2558 ขยายตัว 6% เป็นอัตราขยายตัวที่สูงที่สุดของประเทศ โดยไตรมาส 4 เศรษฐกิจยังทรงตัวเป็นผลจากกำลังซื้อประชาชนไม่ฟื้นตัว เพราะระมัดระวังการใช้จ่ายแต่ทิศทางจะดีขึ้นจากการท่องเที่ยว ทำให้ภาคบริการกลับมาฟื้นตัวช่วงปลายปีถึงปีหน้า
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3-5% ส่วนที่เศรษฐกิจจะขยายตัวมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือไม่
โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินลงทุนของรัฐให้เข้าสู่ระบบ การดูแลราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้นหรือการดูแลให้ชาวนาและเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำให้มีรายได้สูง รวมถึงกลุ่มเกษตรกรที่ไม่สามารถทำไร่ทำนาได้ให้มีอาชีพเสริมที่มีรายได้เพียงพอที่จะกระตุ้นการบริโภคในภูมิภาค เช่นเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลต้องเร่งหารายได้และส่งเสริมให้ธุรกิจอยู่ได้ หากมาตรการดังกล่าวดำเนินไปได้ตามแผน จะทำให้จีดีพีปีหน้าขยายตัวในระดับสูง
นายธนวรรธน์ กล่าวว่าปัจจัยที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจปี 2558 มาจากการลงทุน คาดว่าจะขยายตัว 6.9% จากปี 2557 ที่ติดลบ 1.6% การส่งออกปี 2558 คาดขยายตัว 4.1% มูลค่า 2.37แสนล้านดอลลาร์ นำเข้า 5.3% มูลค่า 2.44 แสนล้านดอลลาร์
โดยตลาดส่งออกตลาดส่งออกที่ฟื้นตัว ได้แก่ สหรัฐ ส่วนตลาดอื่นยังน่าเป็นห่วง ปัจจัยจากการท่องเที่ยวปี 2558 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 26.6 ล้านคน หรือขยายตัว 8.6% ดีขึ้นจากปี 2557 ที่มีจำนวน 24.5 ล้านคน ลดลง 7.7% ส่วนเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.0-2.5%






