รายการ Ringside สังเวียนหุ้น ทางสถานีโทรทัศน์ NOW26 ตอน "แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 58"
รายการ Ringside สังเวียนหุ้น ทางสถานีโทรทัศน์ NOW26 ตอน "แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 58" อ่านแนวโน้มทิศทางตลาดหุ้นไทยจาก 2 กูรูวงการหลักทรัพย์ที่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์การเมืองไทยนิ่ง นักลงทุนต่างชาติก็แห่ลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเรา
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (บล.) กล่าวถึงทิศทางตลาดหุ้นในช่วงปลายปีนี้ว่า ค่อนข้างทรงตัว ไม่หวือหวาซึ่งโดยปกติความเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงเดือน ธ.ค.จะค่อนข้างดี แต่ปีนี้ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน และสภาพเศรษฐกิจโลกที่ซึมลง
ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนเลือกที่จะเทรดหุ้นขนาดเล็กมากกว่าหุ้นใหญ่ จึงไม่มีผลต่อตลาดหุ้นให้ปรับขึ้นมากนัก แต่เชื่อว่าในปีหน้านักลงทุนจะเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นพื้นฐานดีมากขึ้น ซึ่งในระยะสั้นแม้ผลตอบแทนจะไม่โดดเด่นนัก แต่ในระยะยาวแล้วเชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าบนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
"การอ่อนตัวลงของสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน และสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังซึม ส่งผลให้ช่วงสุดท้ายของปีเกิดการปรับฐานได้ในช่วงระยะสั้นที่เหลือ ประกอบกับเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐก็ยังไม่เห็นผลมากนัก ขณะที่ปี 58 ก็ยังต้องติดตามอยู่ทั้งเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และปัจจัยต่างๆ ในประเทศ" นางภัทธีรากล่าว
ปีหน้าหุ้นแตะ1,700
นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวต่อว่า หากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยโตที่ระดับ 4% ตามที่คาดการณ์ ดัชนีตลาดหุ้นไทยน่าจะปรับขึ้นไปแตะระดับ 1,700-1,750 จุดได้ โดยจะได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีการอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ และทำให้มีการลงทุนด้านอื่นๆ ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศให้มีการเติบโต
ประกอบกับนโยบายด้านอื่นที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจที่จะส่งผลไปถึงการจับจ่ายของภาคครัวเรือนให้กลับมาดีขึ้น หลังจากปีนี้การจับจ่ายลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว
"สิ่งที่เราต้องจับตา คือ ความเสี่ยงในการลงทุนที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะมีขึ้นในช่วงกลางปีหน้า รวมทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจของยุโรปที่ยังไม่ดี และยังไม่มีทีท่าจะฟื้นตัวได้มาก ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจในสหรัฐว่าจะมีการเติบโตอย่างโดดเด่นหรือไม่" นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ระบุต่างชาติหวนกลับลงทุน
นางภัทธีรา กล่าวอีกว่า ในช่วงปีนี้ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติจะเน้นไปทางขายสุทธิมากกว่าซื้อสุทธิ ซึ่งทำให้มีกระแสเงินทุนไหลออกไปค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีการลงทุนภาครัฐเกิดขึ้นจริงก็จะสามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้กลับเข้ามาลงทุนได้ และจะมีกระแสเงินทุนไหลเข้ามากขึ้น
นอกจากนี้ คาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 58 จะเติบโต 10-12% เนื่องจากในปีนี้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เร่งอนุมัติโครงการต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากบีโอไอไปแล้ว จะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปีหน้า โดยกลุ่มที่จะได้รับผลดีได้แก่ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจอาหาร
ฟันธงหุ้นปีหน้าแตะ1,810
ด้าน นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นต้องมองภาพไปในอนาคต 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือนข้างหน้า ไม่ได้มองแค่วันนี้หรือพรุ่งนี้เท่านั้น และเราต้องดูปัจจัยบวกและปัจจัยลบจากสถานการณ์อื่นๆ ทั้งในไทยและรอบโลกด้วย
ทั้งนี้ ประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 1,810 จุด เพราะเรามองว่าปีหน้า P/BV (Price/Book Value) จะอยู่ที่ 2.5 เท่า ใกล้เคียงจุดสูงสุด ส่งผลให้วงรอบการลงทุนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยที่จะครบรอบ 40 ปีในปีหน้า ยังไม่เห็นมีปีไหนที่ตลาดหุ้นไทยจะมีสภาวะแวดล้อมที่พร้อมให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้มากขนาดนี้ ตอนนี้ตลาดหุ้นมีความพร้อม สถานการณ์การเมืองเอื้อ ทุกอย่างพร้อม นักลงทุนต่างชาติก็พร้อมที่จะลงทุน
"ตั้งแต่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เป็นตลาดหุ้นไทยตลาดเดียวที่ยังไม่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียกลับไปทำสถิติสูงสุดใหม่หมดแล้วที่ผ่านมาพออะไรจะดีๆ เราก็ขัดขาตัวเองตลอด มีเรื่องมาขัดให้ทุกอย่างไม่เดินหน้าไป แต่ตอนนี้ทุกอย่างพร้อม ขณะที่นโยบายทางการเมืองที่ผ่านมา ทั้งรถคันแรกและจำนำข้าวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างมาก แต่เมื่อเป็นรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ได้มีนโยบายที่จะเรียกคะแนนเสียงต่างๆ ท่านหล่ออยู่แล้วท่านต้องกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ต้องสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเพื่อเรียกคะแนนเสียงระยะสั้น เหมือนรัฐบาลอื่นๆ"
ต่างชาติเฮเข้าตลาด
กรรมการผู้จัดการ บล.ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 58 นักลงทุนต่างชาติน่าจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น จากช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยต่อเนื่อง จากปี 2556 ที่ขายสุทธิกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกของปีนี้ก็ขายสุทธิกว่า 4 หมื่นล้านบาทโดยตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณการซื้อกลับบ้าง หลังสถานการณ์การเมืองในประเทศเริ่มมีความชัดเจน
"นักลงทุนต่างชาติตกรถตลาดหุ้นไทยมาหลายรอบแล้ว เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.57 ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งปกติจะต้องมีการซื้อเก็บหุ้น นักลงทุนต่างชาติก็ไม่ได้ซื้อ เพราะคิดว่าจะลากยาว เลยหันไปซื้อหุ้นประเทศอื่นที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันแทน แต่ความเป็นจริงคือ หุ้นเราลงไม่กี่วันก็พุ่งแรงมาก"
"รอบสองหุ้นไทยก็ขึ้นต่อเนื่องอีก จากตอนที่ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ออกมาบอกว่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยอีกนาน พอรอบสามตอนที่เกิดการรัฐประหาร นักลงทุนต่างชาติก็ไม่ซื้ออีก เพราะคิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรง เทขายหุ้นต่อเนื่อง 8-9 วันทำการ แต่หุ้นก็ยังขึ้นต่อเนื่อง แต่ถ้าตอนนี้หากนักลงทุนต่างชาติยังไม่ซื้ออีกก็จะตกรถรอบที่ 4" กรรมการผู้จัดการ บล.ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวทิ้งท้าย






