เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของกองทุน LTF และ RMF
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่การเคลื่อนไหวในภาพรวมตลอดสัปดาห์ยังอยู่ในกรอบแคบ-รอปัจจัยใหม่มากระตุ้น ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางการร่วงลงอย่างหนักของเงินเยน และสัญญาณอ่อนแอในภาคการผลิตจีน อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นที่แสดงความกังวลต่อการร่วงลงของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา กระตุ้นให้มีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ออกมาเพื่อทำกำไร
ในวันศุกร์ (21 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.74 เทียบกับระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (14 พ.ย.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (24-28 พ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า และการเคลื่อนไหวของตลาดภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของจีน นอกจากนี้ นักลงทุนอาจรอประเมินสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากดัชนี PMI เขตชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. และจีดีพีประจำไตรมาส 3/57 (รายงานครั้งที่ 2) อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการวันที่ 27 พ.ย. เนื่องในวันหยุด Thanksgiving
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของกองทุน LTF และ RMF โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,579.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.21% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 11.28% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 46,683.38 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 742.19 จุด ลดลง 1.26% จากสัปดาห์ก่อน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ จากแรงขายของนักลงทุน จากความกังวลต่อมาตรการควบคุมหุ้นที่ร้อนแรงของทางการ ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันอังคารจากแรงซื้อกองทุน LTF และ RMF จากนั้น ดัชนีปรับลดลงในวันพุธและพฤหัสบดี ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคจากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หลังดัชนี HSBC PMI ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 50.0 อย่างไรก็ดี ดัชนีปรับขึ้นได้อีกครั้งวันศุกร์ สอดคล้องกับตลาดในภูมิภาค เพื่อรับข่าวการยุบสภาของรัฐบาลอาเบะของญี่ปุ่น รวมทั้ง แรงซื้อกองทุน LTF และ RMF
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (24-28 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น โดยต้องจับตาการเปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทย สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยรายงานออกมา อาทิ จีดีพีประจำไตรมาส 3/57 (รายงานครั้งที่ 2) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน นอกจากนี้ ยังต้องติดตามรายงานตัวเลขจีดีพีและเงินเฟ้อของประเทศในยูโรโซน และการเคลื่อนไหวของตลาดภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของจีน









