วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX แกว่งกรอบแคบทั้งสัปดาห์

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (13 - 19 พ.ย.2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น โดย DJIA +0.4%, DAX +2.8%, CAC ฝรั่งเศส +2.1% และFTSE +1.3% ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีกว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นยอดค้าปลีก, ดัชนี Consumer Sentiment, ดัชนีตลาดบ้าน รวมถึงประเด็นบวกจากฝั่งยุโรป หลังประธาน ECB ส่งสัญญาณพร้อมเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล หากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่แย่ลง

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (13 - 19 พ.ย.2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 1.7% สำหรับเข้าสู่การเริ่มต้นซื้อขายระหว่างตลาดหุ้นฮ่องกงและจีนเป็นสัปดาห์แรก โดยปรับตัวลงจากการ Sell on fact หลังเก็งกำไรต่อประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ก่อน รวมถึงความกังวลจากนักลงทุนจีนที่ยังคงซื้อหุ้นฮ่องกงต่ำกว่าโควตาที่กำหนด นอกจากนี้กลุ่มอสังหาฯปรับตัวลงแรง หลังราคาบ้านเดือน ต.ค.ของจีนยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (13 - 19 พ.ย.2557)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นแม้ว่า GDP ใน 3Q57 เติบโตเพียง 0.6% yoy ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 1.0% yoy ก็ตาม อย่างไรก็ตามกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้หุ้นหลักกลุ่มธนาคารและอสังหาฯขยับขึ้นเด่น รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หลังรัฐบาลอนุมัติร่างโครงการรถไฟรางคู่ ส่งผลให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,577.55 จุด เพิ่มขึ้น 15.52 จุด หรือ +0.99% ณ วันที่ 19 พ.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (21 - 27 พ.ย.2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลางถึงบวก” เป็นสัปดาห์ที่ 4 พร้อมคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนภายในประเทศ หลังสิ้นสุดงาน SET in the City วันที่ 23 พ.ย. และการโรดโชว์ที่มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ย. แม้ว่าปัจจัยแวดล้อมการลงทุนจะขาดความโดดเด่น ความกังวลของนักลงทุนต่อเนื่อง Valuation ของตลาดหุ้นไทยที่ตึงตัว และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คาดก็ตาม แต่ด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นในระบบการเงินโลก เป็นตัวแปรสำคัญที่ให้ Downside risk ของตลาดหุ้นไทย ยังคงจำกัด

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า เราให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจเดือนต.ค. รายงานโดย ธปท. วันที่ 28 พ.ย. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

•การบริโภคภายในประเทศ ฟื้นตัวลักษณะ mom หรือไม่

•จำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในเดือนก.ย. จากผลของฤดูกาล จะกลับมาฟื้นตัว เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซันในเดือนต.ค.หรือไม่ จับตานักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ และใหญ่ ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

•ภาคการส่งออกเดือนต.ค.จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก.ย.หรือไม่ เพราะถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย แต่ชะลอตัวจากภาพรวมเศรษฐกิจโลก และโครงสร้างสินค้าอุตฯ ที่ไม่สอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป บวกกับราคาพืชผลการเกษตรที่ลดลง

กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “ทยอยสะสมหุ้น Big Cap ที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q57 เติบโตเด่นทั้งในแง่ yoy และ/หรือ qoq” ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนประเด็นบวกดังกล่าว ให้น้ำหนักกับกลุ่มอสังหาฯ ที่มี valuation ที่ถูกเมื่อเทียบกับภาพรวม SET INDEX เช่น ANAN, GOLD เป็นต้น ขณะที่กลุ่มธนาคาร จะเป็นตัวช่วยประคองภาพรวมของ SET INDEX แกว่งระหว่าง 1,565/70 - 1,590/95 จุด

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1.ติดตามการประชุมครม. วันที่ 25 พ.ย. อาจมีการพิจารณาแผนการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง ซึ่งรฟม.เสนอไปแล้วในวันอังคารที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา

2.ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนต.ค. รายงานโดย ธปท. วันที่ 28 พ.ย.

3.ติดตามการประกาศยุบสภาฯ ของนายกฯ Shizo Abe ที่คาดการณ์ว่าจะมีขึ้นในวันที่ 21 พ.ย.

4.ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ และ ผลผลิตภาคอุตฯ ของญี่ปุ่น, GDP ใน 3Q57 ของฟิลิปปินส์, การส่งออก - นำเข้าของไทย, ดัชนีความเชื่อมั่น และอัตราเงินเฟ้อ ของอียู, GDP ใน 3Q57 ของอังกฤษและสหรัฐ

-----------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ