ผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์มตอบรับ ฟีดอินทารีฟ 5.66 บาท ตามมติกพช.วันที่ 22 ต.ค.ระบุต้นทุนโครงการลดลง
วานนี้ (13พ.ย.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดชี้แจงและเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม สำหรับโครงการที่ยังไม่ได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้าที่ยังค้างอยู่จำนวน 178 ราย กำลังการผลิตรวม 1,073 เมกะวัตต์ โดยมีตัวแทนสนใจเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก
น.พ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยันฮี โซลาร์ เพาเวอร์ ในเครือโรงพยาบาลยันฮี เปิดเผยว่า เงื่อนไขที่เปลี่ยนจากระบบส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้าหรือ Adder ที่ผู้ประกอบการได้รับ 6.50 บาทต่อหน่วยเป็นระยะเวลา 10 ปี มาเป็นระบบส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้าอัตราใหม่ หรือ Feed in tariff (Fit) ในอัตรา 5.66 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี นั้นยังคงจูงใจให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนในโครงการดังกล่าว ถึงแม้โดยเฉลี่ยจะได้รับการส่งเสริมลดลงจากระบบเดิมก็ตาม เนื่องจากต้นทุนก็ปรับลงจากเดิมค่อนข้างมาก จากเดิมเมกะวัตต์ละประมาณ 120 ล้านบาท ลดลงเหลือ 60-70 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์
สำหรับการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ของบริษัท มีในส่วนของโครงการที่ได้รับ Adder 8 บาท จำนวนรวม 91 เมกะวัตต์ ส่วนที่ยังไม่ได้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า และต้องเปลี่ยนจากระบบAdder 6.50 บาทต่อหน่วยมาเป็นFiT 5.66 บาทต่อหน่วยในครั้งนี้ นั้น มีโครงการรวม 61 เมกะวัตต์ หากได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้าภายในเดือนธ.ค.นี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 8-10 เดือน
ด้านนายพอล โดมินิค วิน วัชรสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอสพีพี 6 กล่าวว่า บริษัทยืนยันที่จะลงทุนโครงการหลังจากที่ต้องใช้เวลารอมาตั้งแต่ปี 2553 ถึงแม้ว่าระบบFiT จะให้ผลตอบแทนน้อยกว่าระบบAdder แต่การลงทุนในช่วงนี้ก็มีต้นทุนโครงการที่ต่ำกว่า
ทั้งนี้โครงการของบริษัทที่ยื่นเสนอขายไฟฟ้าไปและยังไม่ได้รับการตอบรับประมาณ 41 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามเงื่อนไขที่ต้องจ่ายไฟเข้าระบบภายในปี 2558 มองว่าอาจจะดูเร็วเกินไป
นายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)กล่าวว่า การที่พพ.ไม่สามารถแถลงข่าวมติ กพช.เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ถึงการขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์ม เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 2,000 เมกะวัตต์ เป็น 2,800 เมกะวัตต์ เพื่อให้สามารถรับซื้อโครงการยังค้างการตอบรับซื้อไฟฟ้า ที่เหลืออยู่ 178 โครงการ กำลังการผลิตรวม 1,073 เมกะวัตต์ ได้ทั้งหมด นั้น เนื่องจากตัวเลขในช่วงดังกล่าวยังไม่นิ่ง จึงต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูล
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน จึงได้ตั้งคณะทำงานประสานการเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการ ประสานงานและเจรจากับผู้ที่ขอขายไฟฟ้าในระบบส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้าหรือระบบ Adder เดิม เพื่อให้ยอมรับการขายไฟฟ้าในระบบใหม่ Fitตามที่ กพช.กำหนด ซึ่งจะทำให้ทราบจำนวนที่แน่นอน ก่อนที่จะนำไปสู่การแก้ไขแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกต่อไป
สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่ามีการเปิดช่องให้มีการซื้อขายใบอนุญาตกันได้นั้น นายธรรมยศ กล่าวว่า พพ.มองว่า ผู้ประกอบการทุกรายที่ยื่นเสนอขายไฟฟ้าและมีการวางแบงก์การันตี เอาไว้ นั้น เป็นผู้ที่มีความพร้อมที่จะลงทุน ส่วนจะมีการเปลี่ยนมือหรือสิทธิดำเนินโครงการในภายหลังถือเป็นเรื่องของผู้ประกอบการ






