"มนูญ-ปิยสวัสดิ์" หนุนรัฐเก็บภาษีดีเซล 4 บาทต่อลิตร พร้อมแนะปรับโครงสร้างพลังงานสะท้อนต้นทุน
นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า สิ่งที่ สปช.พลังงานจะพิจารณา คือ เรื่องโครงสร้างระยะกลางและระยะยาวที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ส่วนเรื่องเร่งด่วน คือ พิจารณาตามที่นายกรัฐมนตรีส่งให้ดำเนินการเร่งด่วน คือ สัมปทานปิโตรเลียม 21 ควรดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับกระทรวงพลังงานที่จะเร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานสะท้อนต้นทุน โดยในส่วนของภาษีน้ำมันแม้จะปรับโครงสร้างเบนซินและดีเซลให้ใกล้เคียงกัน แต่ไม่จำเป็นต้องลดภาษีให้อยู่ในอัตราเดียวกัน หากยังต้องการส่งเสริมรถดีเซลให้บรรทุกสินค้าต่อไป ภาษีดีเซลอาจอยู่ 4 บาท/ลิตร จากปัจจุบบัน 0.75 บาท แต่เบนซินอาจอยู่ประมาณ 5 บาทจากปัจจุบัน 5.60 บาท/ลิตร แล้วปรับลดเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลงมาให้อยู่ในอัตราเหมาะสม
ส่วนแอลพีจี ควรค่อย ๆ ขยับ ซึ่งหากคำนวณต้นทุนทุกภาคส่วนทั้งการนำเข้า ราคาหน้าโรงแยกก๊าซฯ โรงกลั่นฯ และภาษีแล้ว ราคาขายปลีกอาจขยับไปอยู่ที่ประมาณ 27 บาท/กก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 22.63 บาท/กก. ส่วนเอ็นจีวี ปตท.ระบุราคาต้นทุน 15-16 บาท/กก. จากราคาขายปลีก 11.50 บาท/กก. ก็คงค่อยขยับเช่นกัน และสิ่งที่ควรพิจารณา คือ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเอ็นจีวี เพราะที่ผ่านมายกเว้นการจัดเก็บ เพราะอุดหนุนในช่วงเริ่มต้น แต่ขณะนี้มีการใช้ถึง 9,000 ตัน/วัน ดังนั้น หากจัดเก็บ 1 บาท/กก.ก็จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น และสะท้อนหลักภาษีสรรพสามิตที่เชื้อเพลิงก็ควรจะจ่ายภาษีนี้
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการ บมจ.ปตท. กล่าวว่า หากรัฐจัดเก็บภาษีดีเซล 4 บาทต่อลิตร ก็จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 100,000 ล้านบาทต่อปี และสามารถนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาประเทศทั้งสร้างโรงเรียน พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในช่วงราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลงเช่นนี้รับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะการปรับโครงสร้างจะไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชน






