เปิดประมูลปิโตรเลียม หนุนการเติบโตในระยะยาว
คาด PTTEP ได้ประโยชน์จากการเปิดสัมปทานครั้งใหม่
จากการที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 รวมทั้งสิ้น 29 แปลง ทั้งบนบก (23 แปลง) และในทะเล (6 แปลง) โดยการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างรัฐฯ กับเอกชน อยู่ภายใต้ระบบ Thailand 3 plus ซึ่งกำหนดการยื่นคำขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในวันที่ 18 ก.พ. 58 เราคาดว่าจะสามารถทยอยประกาศผู้ชนะประมูลภายในปี 2558 เรามีมุมมองเป็นบวกกับ PTTEP โดยเชื่อว่าแปลงสัมปทานที่เปิดประมูลมีศักยภาพในการพัฒนาภายใต้ราคาน้ำมันดิบปัจจุบัน ขณะที่การเปิดแหล่งสัมปทานใหม่อยู่ใกล้แหล่งสัมปทานเดิมที่ PTTEP ดำเนินการผลิตอยู่ โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง (แหล่งไพลิน บงกช อาทิตย์) เพิ่มโอกาสในการชนะประมูล และปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่จะเพิ่มขึ้นจากสัมปทานแหล่งใหม่ หนุนการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว
Over Supply กดดันราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากปัญหาอุปทานล้นตลาด หลังจากกลุ่ม OPEC ไม่มีท่าทีลดกำลังผลิต เพื่อรักษาสมดุลของตลาดน้ำมัน ขณะที่ผู้ผลิตนอกกลุ่ม OPEC อย่าง สหรัฐฯ รัสเซีย และอังกฤษ ปรับเพิ่มกำลังผลิต ทำให้การผลิตน้ำมันปัจจุบันอยู่ในระดับที่เกิดกว่าความต้องการใช้ที่ยังคงเติบโตในกรอบที่จำกัดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมัน เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยใน 4Q57 จะอยู่ที่ 85.4 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 16% QoQ ซึ่งจะทำให้ทั้งปี 2557 ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 99.4 เหรียญต่อบาร์เรล ต่ำกว่าสมมติฐานเรา 5% ขณะที่ในปี 2558 เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 90 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 9% YoY
แนวโน้มกำไร 4Q57 มีโอกาสอ่อนตัว
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q57 มีโอกาสอ่อนตัว จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง แม้เราจะเชื่อว่าราคาน้ำมันมีโอกาสฟื้นตัวตามฤดูกาลในช่วงปลายไตรมาส แต่คาดว่าระดับราคาน้ำมันเฉลี่ย 4Q57 จะยังคงลดลง 16%QoQ ขณะที่ยอดขายคาดว่าจะทรงตัว QoQ แม้จะรับรู้โครงการซอติก้าเต็มไตรมาส แต่จะถูกจำกัดด้วยความต้องการใช้ก๊าซฯ ในภาคการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง แม้เราคาดว่าบริษัทจะมี Hedging gain ที่ได้จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง โดยบริษัทมีการทำสัญญา Hedging ไว้รวม 6.3 ล้านบาร์เรล ที่ระดับ 95 เหรียญต่อบาร์เรล (mark to market ณ ราคาปิด สิ้น 3Q57) ก็ตาม โดยกำไรสุทธิ 9M57 ที่บริษัทประกาศคิดเป็น 81% ของประมาณการปี 2557
แนะนำ “ซื้อ”
แม้ราคาน้ำมันจะยังเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว แต่เราเชื่อว่า PTTEP ยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุน จากประเด็นการเปิดประมูลปิโตรเลียมครั้งที่ 21 โดยเฉพาะแหล่งในทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ที่มีความได้เปรียบทางด้านข้อมูล และ Facilities ในการเชื่อมต่อพื้นที่ใกล้เคียงที่มีศักยภาพ หาก PTTEP ชนะประมูล เป็นประเด็นที่จะเพิ่มโอกาสในการปรับประมาณการในอนาคต ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”






