วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชูโมเดล'อาลีบาบา'ปั้นไทยฟู้ดมาร์เก็ต

(รายงาน) ชูโมเดล"อาลีบาบา"ต้นแบบ ปั้นไทยฟู้ดมาร์เก็ตหนุนเอสเอ็มอี

สถาบันอาหารยึดโมเดล “อาลีบาบา” ต้นแบบปั้นเว็บ “thailandfoodmarket” เป็นช่องทางให้เอสเอ็มอีกลุ่มอาหารไทยใช้อีคอมเมิร์ซ เพิ่มยอดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมอาหาร

สถาบันตั้งเป้าหมายเอาไว้ในการเพิ่มผู้ประกอบการลงทะเบียนเป็นผู้ขาย ผ่านหน้าเว็บไซต์ให้เพิ่มขึ้นปีละ 100%เพื่อจะได้สร้างมูลค่าการค้าผ่านแนวคิด e-Marketplace ให้ได้อย่างไม่น้อยกว่าปีละ 200 ล้านบาท

นายวิเชียร ฤกษ์พัฒนกิจ ที่ปรึกษางานตรวจรับรอง งานจัดการความรู้องค์กรและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีและมีคุณภาพโดยภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 9.7 แสนล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีจำนวนกว่า 1 แสนราย ก็คือการขาดช่องทางในการนำเสนอสินค้าให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น

จากปัญหาดังกล่าวสถาบันอาหารจึงร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการสร้างเว็บไซต์ www.thailandfoodmarket.com (ไทยแลนด์ฟู้ดมาร์เก็ต) ขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางการค้าขายสินค้าในกลุ่มอาหารให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านระบบออนไลน์หรือการค้าขายแบบอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ทั้งนี้ได้มีการประยุกต์ใช้แนวคิดการค้าขายออนไลน์ 24 ช.ม.หรือ e-Marketplace โดยใช้โมเดลของเว็บไซต์ http://www.alibaba.com เป็นต้นแบบในการพัฒนาเว็บไซต์เนื่องจากปัจจุบันบริษัทอาลีบาบาประสบความสำเร็จสูงมากในการเป็นเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ และมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน และมียอดการซื้อขายมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี รวมทั้งเป็นบริษัทของประเทศจีนที่สามารถจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการจุดประกายให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยมีการพัฒนาช่องทางในการซื้อขายผ่านนวัตกรรมและช่องทางใหม่ๆได้มากขึ้น

ทั้งนี้ข้อดีของระบบ ระบบ e-Marketplace คือเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ทั้งในสถานะของผู้ขาย (Seller) และผู้ซื้อ (Buyer) ภายใต้หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่กำหนด ซึ่งผู้ขายจะมีระบบหน้าร้าน Onlineที่เปรียบเสมือนเป็น Website ของตนเอง และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ พร้อมรายละเอียดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ได้ไม่จำกัด รวมทั้งสามารถรับทราบความต้องการ และรายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อาหารจากผู้ซื้อได้โดยตรงและสามารถจัดทำ และจัดส่งใบเสนอราคาแก่ผู้ซื้อได้ทันทีที่มีคำสั่งซื้อได้

ขณะที่ผู้ซื้อจะสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์อาหารที่สนใจได้สะดวกตามหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์อาหาร ก็จะสามารถติดต่อ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารที่สนใจ กับผู้ขายได้โดยตรงและได้รับใบเสนอราคาจากผู้ขายทันทีที่ได้ดำเนินการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อาหารจากผู้ขายได้ซึ่งเป็นการทำการค้าภายใต้ระบบออนไลน์ที่สามารถทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกได้ใช้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าอาหารไทย และก่อให้เกิดการขยายตัวทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นช่องทางการค้าใหม่สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าของตนเองได้อย่างมีศักยภาพด้วย

“บริษัทอาลีบาบาเป็นต้นแบบที่ดีของความสำเร็จในการสร้างไลฟ์สไตล์แบบใหม่ ในการซื้อขายสินค้าและเป็นสื่อกลางในการพบกันระหว่างผู้ค้ากับผู้ขาย ซึ่งหากนำรูปแบบที่ประสบความสำเร็จของอาลีบาบามาใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ไทยแลนด์ฟู้ดมาร์เก็ตของสถาบันฯ โดยการดึงเอาจุดแข็งของการค้าขายแบบอีคอมเมิร์ซมาใช้ในการเพิ่มช่องทางการค้าขายให้กับผู้ประกอบการไทย โดยประยุกต์ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมอาหารในประเทศก็จะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถคัดเลือกสินค้าและวัตถุดิบที่ต้องการได้ตลอดทั้งซับพลายเชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับเอสเอ็มอีในกลุ่มอาหาร ในการเพิ่มยอดขายและสร้างความสะดวกและย่นระยะเวลาในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการได้ด้วย”

สถาบันอาหารได้วางเป้าหมายในการพัฒนาเว็บไซต์ ไทยแลนด์ฟู้ดมาร์เก็ต ในระยะต่อไปว่าต้องการให้เว็บไซต์นี้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าอาหารไทยออนไลน์แห่งแรกในอาเซียนที่ใหญ่ที่สุด เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) โดยเป็นช่องทางที่พบกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอาหารไทย โดยผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าอาหารครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มและสามารถซื้อขายกันผ่านเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา โดยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนเป็นผู้ขายสินค้าแล้วกว่า 100 ราย และมีสินค้ามากกว่า 1,000 รายการที่แสดงอยู่ในหน้าเว็บไซต์ และในระยะต่อไปคาดว่าจะมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมมากขึ้น ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 100 % ต่อปี สร้างมูลค่าการค้าอาหารไทยผ่านระบบออนไลน์ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้านบาท

“เว็บไซต์นี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ผู้ประกอบการอาหาร ที่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีของไทยสามารถมาลงทะเบียนและโฆษณาขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ในเว็บไซต์นี้ให้ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคโดยตรงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประมาณ 100 รายที่ได้มีการลงทะเบียนเป็นผู้ขายสินค้าแล้ว รวมทั้งมีรายชื่อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการจำหน่ายอยู่ในเว็บไซต์กว่า 1,000 รายการ และสถาบันอาหารตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการและสินค้าที่เข้ามาจดทะเบียนมากขึ้นปีละประมาณ 100% ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีในกลุ่มอาหารส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมากขึ้น โดยจะมีการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาลงทะเบียนในเว็บไซต์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์น่าสนใจมากยิ่งขึ้น”