วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วอนรัฐต่อสัญญา'เอสพีพี'อีสเทิร์นซีบอร์ด

สมาคมนิคมอุตฯ แนะรัฐต่อสัญญา "เอสพีพี" อีสเทิร์นซีบอร์ด พร้อมขอความชัดเจนนโยบายเขตศก.พิเศษ ก่อนตัดสินใจลงทุน

สมาคมนิคมอุตฯ แนะรัฐต่อสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในนิคมฯอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่จะหมดสัญญาใน 2 ปี พร้อมขอความชัดเจนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษก่อนตัดสินใจลงทุน คาด ปี 58 ยอดขายพื้นที่นิคมฯโต 5%

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร ว่า เอกชนได้ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทต้องดูแลผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมให้ประสานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อให้ความชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า ระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(เอสพีพี) ในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ซึ่งเป็นสัญญารุ่นแรกที่จะหมดอายุภายใน 2 ปีนี้ ทั้งหมด 8 แห่ง กำลังการผลิตรวม 1,000 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ การที่เหลือเวลาสัญญาไม่มาก จำเป็นที่จะต้องมีแนวทางชัดเจนว่าจะเป็นการต่อสัญญาให้ผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งหากเป็นแนวทางนี้เอกชนอาจต้องไปทำสัญญากับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เพราะสัญญารุ่นแรกนั้นทำก่อนมี กกพ. หรือจะเป็นแนวทางขายคืนให้แก่ กฟผ. หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) แต่เห็นว่าแนวทางที่ดีควรเป็นการต่อสัญญาให้ผู้ผลิตรายเดิม

“ผมจะประสานเรื่องนี้กับ รมว.พลังงานว่าเอสพีพีในนิคมฯที่กำลังจะหมดสัญญาจะต้องมีนโยบายให้ชัด เพราะตอนนี้โรงงานในนิคมฯมีการเพิ่มขึ้นและก็ต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้คิดว่า 100% ยังไงคงต้องต่อสัญญาให้ผู้ผลิตรายเดิม” นายจักรมณฑ์ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการนิคมฯ ยังได้หารือเกี่ยวกับนโยบายผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมาย สิทธิประโยชน์ รวมถึงแนวทางการส่งเสริมเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งในแง่ของกฎหมายนั้นรัฐบาลอาจไม่ออกกฎหมายใหม่ โดยอาจออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรวมเอากฎหมายที่มีอยู่มาใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร กล่าวว่า ผู้ประกอบการนิคมฯ มีความสนใจที่จะลงทุนในนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมทั้งการค้าเข้ามาลงทุนมากน้อยเพียงใด ตลอดจนต้องมีความชัดเจนจากภาครัฐเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรการภาษีและที่สำคัญคือการลงทุนเพื่อการขนส่งสินค้าจากพื้นที่เชื่อมไปยังพื้นที่ต่างๆ

ปัจจุบันพื้นที่อุตสาหกรรมทั้งนิคมฯ เขตอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรมมีอยู่ทั้งสิ้น 1.2 แสนไร่ โดยในปีนี้การขยายพื้นที่ใหม่ๆ ค่อนข้างชะลอตัว เนื่องจากไทยมีปัญหาการเมืองจนกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน

“ตั้งแต่ปลายปีนี้ไป รัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายต่างๆได้ตามแผน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ต่อเนื่อง เชื่อว่าปีหน้าจะทำให้ยอดขายพื้นที่ขยายตัวได้ประมาณ 5%” นางอัญชลี กล่าว