"คณะกรรมการแข่งขันฯ"เคาะเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดใหม่ ลดส่วนแบ่งตลาดเหลือ 30% จากเดิม 50%
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ครั้งที่ 1/2557 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องการทบทวนการกำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ กำหนดให้ใช้เป็นเกณฑ์เดียวที่ใช้กับทุกธุรกิจ
ส่วนหลักเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใด รายหนึ่ง ในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่งหรือบริการใดบริการหนึ่ง ที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 30% ขึ้นไป จากหลักเกณฑ์เดิม 50% และให้พิจารณาจากยอดเงินขายในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาสภาพการแข่งขันของตลาด ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่วนผู้ประกอบธุรกิจสามรายแรก ในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่งฯ ที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมารวมกันตั้งแต่ 75% ขึ้นไป และมียอดเงินขายในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป และให้พิจารณาสภาพการแข่งขันของตลาดด้วย
"จะนำมติเรื่องเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดเข้าสู่ที่ประชุมครม.ทันทีเพื่อประกาศใช้ต่อไป โดยพิจารณาโครงสร้างตลาด เช่น จำนวนผู้ประกอบธุรกิจ ตำแหน่งในตลาดของผู้ประกอบธุรกิจ การกระจุกตัวของตลาด ด้านอุปสรรคการเข้าสู่ตลาด เช่น กฎหมายและกฎระเบียบของภาครัฐ เงินลงทุนขั้นต่ำ การเข้าถึงปัจจัยการผลิตหรือช่องทางการจัดจำหน่ายหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือโครงสร้างที่เอื้อให้การประกอบธุรกิจมีประสิทธิภาพเหนือคู่แข่ง หรือกรณีที่มีเครือข่ายที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างนานและต้องใช้เงินทุนสูงด้วย” นางอภิรดี กล่าว
โดยธุรกิจที่เข้าเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดไม่ได้มีผลกระทบอะไร จนกว่าจะมีพฤติกรรมที่กำหนดไว้ในแนวปฏิบัติการค้าเป็นธรรม หรือ Guildline ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง การจัดทำแนวปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรม เพื่อศึกษาทบทวนแนวทางปฏิบัติฉบับปัจจุบัน
นางอภิรดี กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้แต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวน 5 คณะขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียน 5 เรื่องคือ กรณีบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ขายไข่ไก่ต่ำกว่าทุน กรณีการห้ามเอเยนต์สุราจำหน่ายสุราชุมชน กรณีโรงน้ำแข็งตกลงร่วมกันในการกำหนดราคาน้ำแข็ง กรณีผู้มีอำนาจเหนือตลาดสินค้ายางพาราแอสฟัลท์อิมัลชั่นปฏิบัติทางการค้าไม่เป็นธรรม และกรณีการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจเครื่องจักรปรับปรุงคุณภาพโดยกำหนดระยะเวลาทำงาน 6 เดือน
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จะมีการเสนอจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานอิสระ แก้ไขปัญหาความล่าช้าของการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ เนื่องจากกรมมีภารกิจอื่นๆ ที่รับผิดชอบมากอยู่แล้ว และประเด็นพิจารณาเรื่องการแข่งขันทางการค้าก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย หากยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรม จะทำให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ ล่าช้า ดังนั้นจึงต้องปรับให้มีความคล่องตัว โดยหน่วยงานนี้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยเฉพาะเหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้ว






