วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCC - ซื้อ

ไตรมาสที่แย่ที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ประเด็นการลงทุน

เราคาดกำไรของ SCC แตะจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3/57 และคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น QoQ เป็นอย่างน้อย 4 ไตรมาสติดต่อกัน หนุนโดยธุรกิจปูนซีเมนต์และปิโตรเคมีปรับตัวดีขึ้น เราเชื่อว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มซื้อสะสมหุ้น SCC จากแนวโน้มกำไรและมูลค่าซื้อขายที่น่าสนใจ (PER ปี 2558 ที่ 12.7เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 13 เท่า) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 540 บาท

สรุปไตรมาส 3/57

SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 7.8 พันล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 8% QoQ กำไรหดตัวลง YoY เนื่องจากไม่มีการรับรู้กำไรจากรายการพิเศษที่ 1.7 พันล้านบาทและกำไรที่ลดลงจากธุรกิจวัสดุซีเมนต์และกระดาษ ซึ่งจะมีเพียงธุรกิจปิโตรเคมีเท่านั้นที่จะรายงานกำไรเติบโต YoY หนุนโดยส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนกำไรที่หดตัวลง QoQ นั้นมาจากไม่มีการรับรู้เงินปันผลรับจากโตโยต้า อย่างไรก็ดีผลประกอบการสูงกว่าประมาณการของเรา 10% เนืองจากกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีสูงกว่าคาด (ขาดทุนสินค้าคงคลังน้องกว่าคาดในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรสูงของธุรกิจเคมีดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้)

ธุรกิจปิโตรเคมียังคงเป็นธุรกิจหลักที่ช่วยหนุนผลกำไร แม้จะมีแนวโน้มขาดทุนสต๊อกมากขึ้น

ต้นทุนแนฟทาที่อ่อนตัวลงแรงกว่าราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆในไตรมาส 3/57 หนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ให้ปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น กำไรของธุรกิจปิโตรเคมีในไตรมาส 3/57 จึงเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 40% YoY และ 135% QoQ เป็น 5.3 พันล้านบาท ทั้งนี้บริษัทขาดทุนสินค้าคงคลังที่ 130 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากบริษัทมีการสต๊อกแนฟทาไว้เพียง 10 วัน ในขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์อื่นๆอ่อนตัวลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ผู้บริหารขาดทุนสต๊อกจะเพิ่มมากขึ้นในไตรมาส4/57 ซึ่งน่าจะอยู่ราว 500-700 ล้านบาท เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์อื่นๆจะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ราคาแนฟทาปรับตัวลดลงอีก อย่างไรก็ตามส่วนต่างราคาที่สูงขึ้น QoQ น่าจะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ดังนั้น เราคาดกำไรไตรมาส 4/57 ของธุรกิจปิโตรเคมีจะสูงขึ้น QoQ

นอกจากนี้ SCC มีการอัพเดทความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมี ในประเทศเวียดนาม บริษัทคาดว่าจะสรุปต้นทุนการก่อสร้างได้ในเดือนหน้าในขณะที่แผนทางเงินน่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 1/58 โดยการก่อสร้างจะเริ่มหลังจากนั้น และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงต้นปี 2562

ธุรกิจซีเมนต์อยู่ที่จุดต่ำที่สุด; ธุรกิจวัสดุก่อสร้างใกล้ถึงจุดต่ำสุด

อุปสงค์ซีเมนต์ภายในประเทศในไตรมาส 3/57 หดตัวลง 3% YoY จากอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงของลูกค้าทุกประเภท (R -2%, G -3%, C -4%) ถึงแม้อุปสงค์จะชะลอตัวลง แต่ราคาหน้าโรงงานก็ยังคงแข็งแกร่งที่ 1,950 ต่อตัน เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 1% QoQ

โดย SCC มองว่าอุปสงค์จะทรงตัวในไตรมาส 4/57 ตลอดจนถึงไตรมาส 1/58 หลังจากนั้นจะเริ่มปรับตัวขึ้นในไตรมาส 2/58 และเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ผู้บริหารเชื่อว่าอุปสงค์ในประเทศในปีหน้าจะเติบโตอย่างน้อย 5% ทางด้านธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อุปสงค์คาดจะลดลงอีก YoY ในไตรมาส 4/57 และจะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2558

ธุรกิจกระดาษยังคงอ่อนตัว

กำไรจากธุรกิจกระดาษหดตัวลง 10% YoY และ 19% QoQ เป็น 715 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 จากการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักร ซึ่งถึงแม้การซ่อมบำรุงดังกล่าวจะเสร็จสิ้นไปแล้และราคากระดาษก็อยู่ในระดับทรงตัว แต่เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจกระดาษจะยังคงอ่อนตัวในระยะสั้นเนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตจะอยู่ในระดับต่ำระหว่างการขึ้นกำลังการผลิตใหม่ของสายกระดาษบรรจุภัณฑ์(กำลังการผลิต 350kt ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 20% ของกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด)