7 สมาคมก่อสร้าง-อสังหาฯ ชง "ประยุทธ์" สัปดาห์หน้าสางปัญหาออกใบอนุญาตก่อสร้างล่าช้า
7 สมาคมก่อสร้าง-อสังหาฯ ชง "ประยุทธ์" สัปดาห์หน้าสางปัญหาออกใบอนุญาตก่อสร้างล่าช้า สอดรับนโยบายปฏิรูปประเทศ หวังฟื้นความเชื่อมั่น กู้ภาพลักษณ์คอร์รัปชัน เผยที่ผ่านมาต้องผ่านหลายหน่วยงานซ้ำซ้อนใช้เวลานาน กร่อนโอกาสธุรกิจ เพิ่มต้นทุนแฝง
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยว่า สมาคมฯได้หารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์รวม 7 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมสถาปนิกในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสภาวิศวกร ในการแก้ไขปัญหาการอนุญาตก่อสร้างล่าช้า เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ
โดยจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์หน้า เพื่อลดความล่าช้า กอบกู้ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของไทย ที่ถูกจัดอันดับ 102 จากทั้งหมด 177 ประเทศ กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ปัญหาการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากต้นทุนแฝงเพิ่มสูงขึ้น
เขายังกล่าวว่า อุตสาหกรรมการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน อาคาร โรงงานอุตสาหกรรม โดยมีมูลค่าอุตสาหกรรมฯรวมกว่า 6-7 แสนล้านบาทต่อปี และยังเชื่อมโยงต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า เป็นต้น โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เป็นจำนวนกว่า 1 แสนราย มีการจ้างงานประมาณ 2-3 แสนอัตรา
"ถึงเวลาที่รัฐบาลจะแก้ไขอุปสรรคความล่าช้าในการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่เป็นเหมือนโรคเรื้อรัง บั่นทอนเศรษฐกิจประเทศ มีผลมาจากความซ้ำซ้อนในขั้นตอนที่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ จากส่วนกลางไปถึงภาคจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยเฉพาะหากเป็นกิจการประเภทโรงงานก็ต้องผ่านกระบวนการขอใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัด รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ให้ความเห็นว่า การขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ไทยมีอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤติทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2556 แต่กลับพบว่ามูลค่าการโอนอสังหาริมทรัพย์ยังมีมูลค่าสูง และคาดว่าปี 2558 จะเป็นปีทองในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นหน่วยงานภาครัฐที่ออกใบอนุญาตต่างๆ ตั้งแต่องค์การบริการส่วนท้องถิ่น เทศบาล รวมถึงกทม. และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องควรต้องวางแผนกำลังคนให้พร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจอสังหาฯ ทั้งในเรื่องขององค์ความรู้ด้านการตรวจสอบและการวางหลักเกณฑ์มาตรฐานทางกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการออกใบอนุญาต
นายไกร ตั้งสง่า อุปนายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวถึงข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ที่จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี มีดังนี้
1.กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการออกใบอนุญาตการก่อสร้าง และใบอนุญาตถมดิน โดยกทม. อบต. อบจ. เทศบาล กระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยหากพ้นระยะเวลาให้แจ้งสาเหตุแห่งความล่าช้า
2.กำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตก่อสร้าง แบ่งตามชนิด และประเภทของอาคาร ประเภทของโรงงาน และใบอนุญาตถมดิน ให้ใช้เป็นมาตรฐานแก่หน่วยงานรัฐในส่วนความรับผิดชอบของตนทั่วประเทศ ห้ามมิให้มีค่าใช้จ่ายใดๆ อีก
3.ให้ยกเลิกมาตรา 39 ทวิ ในการให้วุฒิวิศวกร หรือวุฒิสถาปนิก ลงนามรับรองการขอใบอนุญาตก่อสร้างออกแบบ และคุมงานก่อสร้าง โดยให้เป็นการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ
4.ห้ามมิให้ข้าราชการวิศวกร และสถาปนิกที่ทำงานในเขตกทม. อบจ. อบต. เทศบาล ออกแบบ คุมงาน โครงการก่อสร้างในพื้นที่เขตการปกครองของตน ทำงานอยู่ เพื่อปกป้องวิชาชีพ วิศวกรและสถาปนิก
5.ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐของกทม. อบจ. อบต. เทศบาล ที่ทำหน้าที่ในทุกระดับชั้นในการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ต้องแสดงบัญชีพทรัพย์สินทุกปี แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
6.ในกรณีที่หน่วยงานรัฐขอใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานรัฐ กทม. อบจ. อบต. เทศบาล ให้หน่วยงานรัฐขอโดยตรงไม่ต้องรอผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้ขอใบอนุญาตก่อสร้างแทน
7.ปรับปรุงแก้ไข กฎกระทรวง และพ.ร.บ.ควบคุมอาคารที่ล้าสมัย






