วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สูตรสู้ศึกทุนมังกร รับมือแบบไหนให้ "วิน" ที่สุด

กระแสการหลั่งไหลเข้ามาของทุนจีนทำให้เอสเอ็มอีแอบหลอน พญามังกรที่แสนจะได้เปรียบแล้วต้องรับมือแบบไหนให้วินที่สุ

การขยับใกล้เข้ามาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และกระแสความเปลี่ยนแปลงของการค้าการลงทุนในภูมิภาคนี้ ทำให้ไทย กลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลัก ที่ยักษ์ใหญ่หลายประเทศมองเป็นประตูสู่อาเซียน

เช่นเดียวกับทุนจากแดนมังกร ที่หลั่งไหลออกนอกประเทศ จากนโยบายของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้นักธุรกิจจีนขยายการลงทุนออกนอกประเทศมากขึ้น ขณะที่จีนก็ไม่ได้เป็นประเทศ “ต้นทุนถูก” อีกต่อไป เมื่อค่าจ้างแรงงานเพิ่มสูงขึ้น เวลาเดียวกับที่ต้นทุน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสำนักงานต่างๆ ของจีน ก็ขยับพุ่งตามไปด้วย

ผู้ประกอบการจีนเลยปรับเกมรบ บุกตลาดนอกบ้าน หนึ่งในนั้นก็คือ “ไทย” จากนโยบายของรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ และย้อนไปในประวัติศาสตร์ ไทยกับจีนก็มี “ความสัมพันธ์อันดีต่อกัน” ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของจีนในการทำตลาดอาเซียน บ้างก็ว่า จีนต้องการจะใช้ไทย แปลงสัญชาติสินค้า “Made in China” ที่เคยติดภาพอ่อนคุณภาพ ด้อยมาตรฐาน ให้เป็นสินค้า “Made in Thailand” ที่ได้รับการยอมรับทั้งในอาเซียนและตลาดโลก

“คนจีนชอบคนไทย ชอบประเทศไทย บวกกับความสัมพันธ์ของไทยและจีนที่ดีมาโดยตลอด ในอาเซียน 10 ประเทศ คนจีน ชอบประเทศไทยมากที่สุด”

หนึ่งคำหวานจากนาย “อู๋จื้ออี้” นายกสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล ที่บอกไว้ในงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมสินค้ามาตรฐานจีนส่งออก ASEAN (BANGKOK) China Import & Export Commodities fair (ACIEC) ครั้งที่ 4” ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน นี้ที่เมืองทองธานี

เขาสะท้อนภาพความหลงใหลได้ปลื้มที่คนจีนมีต่อสินค้าไทย ซึ่งกำลังส่งสัญญาณดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านความสวยความงาม อย่างภาพที่คนจีนเบนเข็มจากการไปเสริมความงามที่เกาหลี หันมาเสริมความงามในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะคุณภาพได้ ขณะที่ราคาก็ถูกกว่าเกาหลีเป็นครึ่ง ซึ่งเขาเชื่อว่า ในอนาคตสัดส่วนของคนจีนที่จะมายกเครื่องเสริมความงามในไทยจะยังมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

ส่วนสินค้าไทยที่ยังมีโอกาสเปิดตลาดแดนมังกร มีตั้งแต่ สินค้าเกษตร จำพวก ทุเรียน ข้าวโพด ข้าวสาร ที่ตลาดจีนยังมีความต้องการอยู่เยอะมาก อย่าง “ทุเรียน” ผลไม้ไฮโซที่เขาบอกว่า เมืองจีนต้องรวยจริงเท่านั้นถึงจะกินทุเรียนได้

“ด้านสินค้าเกษตร ไทยมีจุดเด่นมากกว่าประเทศอื่น เรียกว่า มีความได้เปรียบ รวมถึงพวกจิวเวลรี่ อะไหล่รถยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เหล่านี้คือจุดเด่นของไทย ซึ่งที่ผ่านมามีนักธุรกิจจีนนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ไปขายในจีนเยอะมาก”

ขณะนี้อาหารไทยเป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองจีน ชนิดที่ทุกเมืองหลักต้องมีร้านอาหารไทย และคนก็ไปต่อแถวกินกันยาวเหยียด คนจีนชอบละครไทย ปลื้มดาราไทย ขณะที่ “นวดแผนไทย” ยังเป็นที่ต้องการในเมืองจีน

“ที่เมืองจีนยังสนใจนวดแผนไทย เพราะเป็นการนวดแบบแผนโบราณ นวดกดจุดผ่อนคลาย ซึ่งตรงกับที่คนจีนชอบ ตอนนี้ที่เมืองจีนก็มีนวดแผนไทยบริการอยู่บ้าง เพียงแต่ปัญหาก็คือ ไม่ใช่นวดแผนไทยที่คนไทยไปเปิดเอง แต่เป็นของคนจีน จึงยังไม่ได้คุณภาพและมาตรฐานอย่างไทยจริงๆ” เขาบอกสถานการณ์จริงที่ยังมีโอกาสซ่อนอยู่

ขณะที่นักลงทุนจีน ก็มองโอกาสในประเทศไทย ไม่เฉพาะเรื่องของเสื้อผ้าแฟชั่น ที่ไทยไปรับจากจีนมาเปิดตลาดอยู่แล้ว ทว่ายังรวมถึงสินค้าอีกหลายๆ กลุ่ม อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นักธุรกิจจีนยังสนใจที่จะมาลงทุนในไทย

แม้แต่สินค้าจาก 16 มณฑล กว่า 200 บริษัท ที่ขนมาออกงานแสดงสินค้าในไทยครั้งนี้ ก็หวังจะแจ้งเกิดให้ได้ทั้งในตลาดไทยและอาเซียน ไม่ว่าจะ อาหาร, ผลิตภัณฑ์ยาจีน, อุปกรณ์การแพทย์, ผลิตภัณฑ์พลาสติก, อุปกรณ์การสื่อสาร, เครื่องจักรกลการเกษตร, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์, ผลิตภัณฑ์อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม, อะไหล่เครื่องยนต์และจักรยานยนต์, เครื่องใช้ในสำนักงาน, สิ่งทอ เสื้อผ้า งานฝีมือ เหล่านี้เป็นต้น

“ในเรื่องเศรษฐกิจ ไทยรวยกว่าเพื่อนบ้าน รวยกว่าพม่า รวยกว่ากัมพูชา ทุกคนให้การต้อนรับและสนใจสินค้าไทย ซึ่งหากนักธุรกิจจีนสามารถมาบุกเบิกตลาดในไทยได้ ก็เท่ากับว่า บุกเบิกประเทศอาเซียนได้ด้วย” เขาบอก

ทว่าเมื่อไรที่สินค้าจีนเริ่มขยับตัว เตรียมเข้ามาบุกตลาดไทย ก็คงไม่ใช่ข่าวดีนัก ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ที่เคยบอบช้ำมามากกับการแข่งขันด้านสินค้าราคาถูกจากจีน ดูได้จากโครงการอภิโปรเจกท์ ศูนย์ค้าส่งสินค้าไทย-จีน (China City Complex) หรือ “อี้อูโมเดล” ที่เกิดกระแสต่อต้านจนไม่ทันจะได้เกิด

“นักธุรกิจจีนที่เข้ามาในไทย เราไม่ได้มาเพื่อแข่งขัน แต่เรามาเพื่อร่วมมือกัน ขณะที่ไทยเอง ก็มีเอกลักษณ์ของไทย ถึงแม้ว่า สินค้าของจีนจะถูก เหมือนกับว่าสามารถเข้ามาบุกตลาดได้ง่าย แต่ความจริงก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ก็มีความยากอยู่เช่นกัน ก็เหมือนกับการที่สินค้าไทยจะไปบุกตลาดจีนนั่นแหล่ะ ที่ไม่ได้ง่าย”

เขาสะท้อนภาพ และย้ำความเชื่อมั่นให้กับสินค้าไทย โดยบอกว่า ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ “วิน-วิน” ทั้งคู่ ก็คือ ควรหาความร่วมมือ หรือ ผู้ร่วมลงทุน ที่มีศักยภาพ สนับสนุนการทำตลาดในทั้งสองประเทศ

“สำหรับเอสเอ็มอี หรือนักธุรกิจไทย ที่มีสินค้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และคนจีนชอบ กลุ่มนี้แนะนำให้ไปบุกเบิกตลาดที่จีน แต่การเข้าไปก็ไม่ง่าย แนะนำให้ไปหาผู้ลงทุนหรือผู้ร่วมลงทุนที่มีศักยภาพ”

ขณะหมากรบของสินค้าจีน เขาบอกว่า ในอดีต ทุกคนอาจมองว่า สินค้าจีนราคาถูก ไม่มีคุณภาพ แต่วันนี้ภาพนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อทุกคนเริ่มให้การยอมรับว่า สินค้าของจีนมีมาตรฐานขึ้นกว่าในอดีต แม้อาจยังสู้ญี่ปุ่นหรือเกาหลีไม่ได้ แต่ในอนาคตพวกเขาจะครองโลกด้วย “สินค้าคุณภาพ”

“เชื่อว่าในอนาคตจีนจะครองโลก สินค้าจีนจะดีกว่าทุกประเทศ ตอนแรกนักธุรกิจจีนของเราอาจแข่งขันกันด้วยราคา แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ทุกคนไม่ได้มองเรื่องของราคาแล้ว แต่มองเรื่อง คุณภาพ และเปรียบเทียบกันในเรื่องคุณภาพ” เขาบอกหมากรบฉากใหม่ของพญามังกร

ด้าน “เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด” นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บอกเราว่า ทางที่ผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยชน์จากการเข้ามาของทุนจีน คือการ “ร่วมทุน” และ “แลกเปลี่ยน” เช่น การเอาสินค้าจีนมาขายไทยและนำสินค้าไทยไปขายจีน

“ทำสินค้าแข่ง เราสู้เขาไม่ได้หรอก เรื่องค่าแรงเขาก็ถูกกว่า และจีนเป็นอะไรที่ไวมาก อย่างสินค้าเราเข้าไปนี่เขาก๊อปทันทีเลยนะ แต่ถ้าเกิดการร่วมทุน เหมือนเรากับเขา 'วิน-วิน' ทั้งคู่”

เธอบอกว่า หากจะให้เกิดความได้เปรียบ ต้องมองถึงโอกาสที่สินค้าไทยจะไปขายได้มากขึ้นในตลาดจีน โดยเฉพาะสินค้าที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนศิลปะวัฒนธรรมไทย ขณะความร่วมมือที่เกิดขึ้น ยังเป็นโอกาสให้ไทยได้เรียนรู้การทำงานแบบจีน ไม่ว่าจะการผลิตที่เร็ว การทำต้นทุนให้ถูก ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีในการผลิต เหล่านี้เป็นต้น

“ตอนนี้ประเทศใหญ่ๆ มองมาที่เป้าหมายเดียวกัน คือ ไทย แต่จะเป็นบวกได้ก็ต่อเมื่อ เราตั้งรับอย่างดีแล้ว และเอสเอ็มอีต้องเข้มแข็งพอ ไม่ว่าจะเรื่อง องค์ความรู้ คุณภาพสินค้า คน ตลอดจนความพร้อมเรื่องระบบบัญชีต่างๆ ที่เราค่อนข้างขาดอยู่มาก เพราะถ้าเราไม่พร้อม เขาก็คงไม่อยากลงทุนด้วย และเราก็จะแข่งขันไม่ได้ ต้องเป็นเบี้ยล่างเขาอย่างเดียว” เธอบอกเรื่องจริงสุดช้ำ

ไม่ว่าวันนี้จีนจะมองไทยด้วยสายตาแบบไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้ที่ทุนจีนรุกคืบเข้ามาในไทย และมีแต่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทางเดียวที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ ก็คือ เอสเอ็มอีไทยต้องปรับตัวให้ “พร้อม” รับมือให้ทัน

และแม้ไม่ชนะ ก็ต้องอยู่ในสถานะที่ “วิน-วิน” ให้ได้

.....................................

Key to success

โมเดลสู้ศึกพญามังกร

๐ ตั้งรับกับธุรกิจที่แข็งแกร่ง และได้เปรียบ

๐ เอาสินค้าที่มีอัตลักษณ์ คนจีนชอบ ไปบุกตลาดจีน

๐ ร่วมมือกับจีน ด้วยโมเดลร่วมทุนและแลกเปลี่ยน

๐ เลือกผู้ร่วมทุนที่มีศักยภาพ

๐ ปรับตัวให้พร้อม ทั้งความรู้ คุณภาพ คน ระบบบัญชี