วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ห่วงเศรษฐกิจไทยปีหน้า

เผยรัฐบาลเตรียมแผนรับมือ-คลังเล็งกระตุ้นรอบใหม่ธ.ค.นี้ เอกชนแนะสร้างบรรยากาศลงทุน เร่งโครงสร้างพื้นฐานตามแผน

"ประยุทธ์"เผยรัฐบาลเตรียมแผนรับมือเศรษฐกิจปีหน้า รับเป็นห่วงจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัว ด้านคลังเตรียมเปิดแผนกระตุ้นรอบใหม่ในเดือนธ.ค.นี้ รอประเมินผลในรอบแรก ส่วนสศค.เตรียมหั่นจีดีพีปีนี้ 30 ต.ค.นี้ ขณะภาคเอกชนหวังภาครัฐเดินหน้าลงทุน สร้างบรรยากาศลงทุน-ความเชื่อมั่น ชี้หวังส่งออกยาก

รัฐบาลกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้า หลังเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ความหวังจากภาคส่งออกที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนเป็นไปได้ยากมากขึ้น แต่รัฐบาลได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่อีกครั้ง เพื่อประคองเศรษฐกิจในปีหน้าให้สามารถเติบโตได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วงแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้า จากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว แต่รัฐบาลเตรียมมาตรการไว้รองรับแล้ว

"วันนี้ รัฐบาลก็ได้เตรียมแผนในการรับมือไว้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าทำ 2-3 วัน หรือปีเดียวจะสำเร็จ เช่นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคส่งออกของไทยที่ผ่านมาไม่มีการทำและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาเป็นเรื่องของภาคเอกชนที่ทำมาตลอด ภาครัฐเป็นเพียงเข้าไปสนับสนุนบ้าง แต่วันนี้ รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น"

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าพอใจการทำงานในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา แต่อยากให้ทุกคนพอใจกับสิ่งที่รัฐบาลทำด้วย เพราะรัฐบาลพยายามทำงานในทุกมิติ

"สิ่งสำคัญคือเราจะรวมพลังกันอย่างไรในการที่จะต่อสู้กับภัยทางด้านเศรษฐกิจ เช่น อยู่อย่างพอเพียง การสร้างภูมิคุ้มกัน วันนี้รัฐบาลเองก็พยายามอัดฉีดเม็ดเงินลงไป แต่ก็ต้องไปดูปัญหาเรื่องการทุจริตอีก ซึ่งในการปฏิบัติจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เมื่อรัฐบาลดูแลกันขนาดนี้แล้ว ก็ยังปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก อีกหน่อยคนคงไม่กล้าทำอะไร รัฐบาลเองก็ไม่กล้าปล่อยเงินลงไป ชาวบ้านก็จะไม่มีเงิน เศรษฐกิจก็เดินต่อไปไม่ได้"

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าเวลาการบริหารประเทศมีจำกัด แต่ก็พยายามทำให้เกิดบูรณาการในการทำงานร่วมกัน

“ก็ขอให้ใจเย็น ๆ และอดทน และผมไม่ได้บอกให้ทุกคนคิดเหมือนกับผม คิดต่างได้ แต่อย่างสร้างความขัดแย้ง อยู่ร่วมกันให้ได้ มีอะไรก็ขอให้เสนอเข้ามา ผมยินดีรับฟังทั้งหมดไม่ว่าจะเขียนหรือเสนอแนะอะไรเข้ามา เพราะที่ผ่านมาเราขาดการสร้างความเข้าใจ ขาดการสร้างความเข้มแข็ง ความชัดเจนว่ายุทธศาสตร์จะเดินหน้าอย่างไร ยอมรับว่าเป็นงานที่ยากที่จะสร้างความเข้าใจในระยะเวลาที่สั้น เราเพิ่งผ่านมาเพียง 5 เดือน โดยรัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศมาเพียงเดือนเศษๆ แต่ปัญหาที่มีอยู่นั้นเกิดขึ้นมานานมาก รัฐบาลเข้ามาก็ต้องมาแก้ปัญหาตามหลัง และสร้างความเข้มแข็งให้กับราชการด้วย ดังนั้นเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องก็ขอให้ลดลงจะได้ไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

คลังเล็งกระตุ้นรอบ2ในเดือนธ.ค.

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่สอง เพื่อให้เศรษฐกิจในปี 2558 ขยายตัวได้มากขึ้นจากปีนี้ โดยคาดว่า ภายในเดือนธ.ค.นี้ มาตรการดังกล่าวจะสามารถประกาศใช้ได้

"ผมกำลังทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อกสอง เพื่อกระชากจีดีพีปีหน้าให้ขยายตัวได้มากกว่าปีนี้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่า เป็นอะไร ขอให้ผมทำงานก่อน คาดว่า ภายในเดือนธ.ค.นี้เป็นอย่างช้า จะสามารถประกาศมาตรการได้" นายสมหมายกล่าว

สำหรับแนวโน้มอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ นายสมหมาย ประเมินว่า จะสามารถขยายตัวได้มากกว่า 1.5% แม้จะมีการประเมินว่า ภาคการส่งออกจะขยายตัวติดลบก็ตาม เพราะเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดี และ การบริโภคที่ดีขึ้นสะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศที่ดีขึ้น

"แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะแรกที่รัฐบาลได้ประกาศออกไป ซึ่งเปรียบเสมือนยาที่กำลังออกฤทธิ์ เราก็เตรียมที่จะประเมินผลของมาตรการว่า มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร" นายสมหมาย กล่าว

คลังหั่นเป้าจีดีพีรอบใหม่30ต.ค.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลังเตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้รอบสุดท้ายในวันที่ 30 ต.ค.นี้ โดยมีแผนที่จะปรับลดต่ำกว่าที่คาดการณ์เมื่อเดือนก.ค. ที่คาดขยายตัวอยู่ในระดับ 2% มีช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5%

แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งก็ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศดีขึ้น รวมถึงภาคการท่องเที่ยวจะขยายตัวดีขึ้น แต่ปัจจัยลบในภาคการส่งออกก็ทำให้จีดีพีไม่สามารถขยายตัวได้ตามที่คาด

ทั้งนี้ สศค.ได้ทยอยปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ลงอย่างต่อเนื่อง จากช่วงต้นปีคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ที่ 4% ต่อมาในเดือนมี.ค. ปรับลดลงเหลือ 2.6% และ ในเดือนก.ค.ปรับลดเหลือ 2% ขณะที่ การปรับคาดการณ์ในเดือนต.ค.นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้

แนะสร้างบรรยากาศดำเนินธุรกิจ

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2558 ควรเริ่มต้นจากการลงทุนภาครัฐ เพราะจะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ผลักดันให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ และส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ภายใต้การดึงดูดการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำให้เกิดการจ้างงาน เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ส่งผลให้ผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี ) ซึ่งเป็นภาคการผลิตต่อเนื่องได้รับประโยชน์

"หากดำเนินการตามแผนที่วางไว้คาดรัฐบาลจะผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ขยายตัว 4.5% ได้ ทำให้บรรยากาศการทำธุรกิจในประเทศกลับมาคึกคัก"

ชี้โครงสร้างพื้นฐานตัวผลักดันศก.

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไปเศรษฐกิจไทยคงต้องหวังจากการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทย อาจโตได้ดีโดยมีภาคการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ แต่มองไปข้างหน้าการส่งออกของไทย คงไม่ได้โตมากเช่นในอดีต เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก

ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกของไทย ต้องปรับตัวให้ทัน ดังนั้นความหวังจึงอยู่ที่การลงทุนภาครัฐซึ่งไทยขาดการลงทุนขนาดใหญ่มานานแล้ว หากรัฐบาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ตามแผนจริงๆ จะเป็นการกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาวด้วยการลงทุนอีกครั้ง

"โอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจไทยโต 4.0-4.5% ต่อเนื่องในช่วง 5-10 ปี ข้างหน้าเป็นไปได้ หากภาครัฐมีความชัดเจนลงทุนจริง จะดึงให้เอกชนมั่นใจ และลงทุนตามมา แต่ถ้าแผนงานไม่ชัดนักลงทุนก็ไม่กล้าตัดสินใจลงทุน จากสถิติย้อนหลังในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ย 4.1% หากภาครัฐนำในเรื่องการลงทุนได้ตามแผนโอกาส จะเห็นการเติบโตในระยะยาวสม่ำเสมอดีกว่าการกระตุ้นระยะสั้น และจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศด้วย"

เช่นเดียวกับ นายวิน พรหมแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานลงทุน สำนักบริหารการลงทุน สำนักงานประกันสังคม กล่าวว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยไทยขาดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่มานานในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการบริโภคทำให้ เศรษฐกิจเติบโตไม่ยั่งยืน

ดังนั้นสิ่งที่หวังจากรัฐบาลชุดนี้ คือ การเปลี่ยนมาเติบโตจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง ซึ่งรัฐคงต้องเป็นผู้นำในการลงทุนเพื่อให้เอกชนลงทุนตามมา

นิด้าอยากเห็นนโยบายเอื้อลงทุน

นางณดา จันทร์สม คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ประเทศไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้ ซึ่งถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอ ก็คงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย โดยเฉพาะผลกระทบในด้านการส่งออก

"จริงๆ เรามองว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตได้ค่อนข้างสูง โดยมองการเติบโตไว้ที่ระดับ 5.3% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานปีนี้ที่อยู่ระดับต่ำด้วย เพียงแต่ถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอตัว มีผลกระทบต่อการส่งออกในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีหน้า ผลกระทบนี้ก็คงมีผลต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน" นางณดา กล่าว

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยากเห็นจากภาครัฐนั้น นางณดา กล่าวว่า อยากเห็นการสร้างบรรยากาศการลงทุน ที่เอื้อให้ภาคเอกชนลงทุนตาม ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างมาก

"สิ่งที่เราอยากเห็น คือ การสร้างบรรยากาศการลงทุน จูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุน ถ้าทำได้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างมาก ซึ่งตรงนี้การเร่งเบิกจ่าย และเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐก็มีส่วนสำคัญ" นางณดา กล่าว