คณะรัฐมนตรีเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบัง
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุข ให้คนในชาติ” วานนี้(24 ต.ค.) คณะรัฐมนตรีเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ 8 ปี ต่อ คณะรัฐมนตรี ซึ่งแบ่งเป็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทั้งหมด 5 ด้าน คือ
1) การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง
2) การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร
3) การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
4) การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ
5) การพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ
การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง จะมีการปรับปรุงระบบอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ ที่จะแยกเป็นโครงการระยะเร่งด่วน 6 เส้นทาง คิดเป็นระยะทางรวม 903 กม. คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2561 และโครงการระยะที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2560 อีก 8 เส้นทาง คิดเป็นระยะทางรวม 1,626 กม.
นอกจากนี้ จะพัฒนาทางคู่ขนาดทางมาตรฐาน (Standard Gauge) ขนาด 1.435 เมตร อีก 3 เส้นทาง ที่เน้นการขนส่งเชื่อมโยงไปยังเขตอุตสาหกรรมและประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่กรุงเทพฯ - นครราชสีมา - มาบตาพุด, กรุงเทพฯ - ระยอง และนครราชสีมา - หนองคาย คิดเป็นระยะทาง 705 กม.
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรในพื้นที่ โดยระยะแรก จะเร่งรัดก่อสร้างใน 4 สาย ได้แก่ สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ จะรีบดำเนินการให้เสร็จก่อนปี 2560 สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ หัวลำโพง-บางแค สายสีแดง บางซื่อ-รังสิต จะเร่งให้แล้วเสร็จในปี 2562 และสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ ให้เสร็จในปี 2563
รัฐบาลจะเร่งกระบวนการประกวดราคา และศึกษารายละเอียดอีก 7 เส้นทางเพิ่มเติม โดยจะพยายามเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 เพื่อช่วยให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตปริมณฑลให้สะดวกมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้สั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงคมนาคมช่วยศึกษาในเรื่องของรถรางไฟฟ้า ในเขตปริมณฑลที่เชื่อมโยงพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน ซึ่งไม่น่าจะใช้เงินลงทุนมาก และจะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยมีทางเลือกในการสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น
แผนการสร้างเส้นทาง บูรณะและขยายช่องการจราจรทั้งในภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยจะพัฒนาให้เชื่อมโยงไปทุกภูมิภาค และเชื่อมต่อไปยังจุดผ่านแดนต่างๆ ทั้งนี้ จะเร่งให้การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2560
การพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่งที่ท่าเรือแหลมฉบังให้รองรับเรือได้มากขึ้น และจะพัฒนาให้เป็น "ศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ" โดยจะเริ่มดำเนินการในปีหน้าและจะให้แล้วเสร็จในปี 2560
นอกจากนี้ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางน้ำ โดยจะพัฒนาตลิ่งและร่องน้ำในเขตแม่น้ำป่าสัก ให้สามารถขนส่งสินค้าทางเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิให้มีพื้นที่ลานจอดเครื่องบิน และอุโมงค์เชื่อมต่อ ทางวิ่งสำรองและอาคารจอดรถที่พักผู้โดยสารเพิ่มเติม ซึ่งจะดำเนินการในปี 2558 นี้
การพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ โดยการสร้างหลุมจอดเครื่องบินเพิ่มอีก 15 หลุม ซึ่งจะให้แล้วเสร็จในปีหน้า และการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมที่มีแผนจะเริ่มดำเนินการในปีหน้าเช่นเดียวกัน
แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ช่วยให้การคมนาคมขนส่งสะดวกรวดเร็ว ทั้งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศและเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจภูมิภาค






