แนวโน้มในอนาคตที่ดียังไม่สะท้อนในราคา - การที่ CK มีผลประกอบที่แข็งแกร่งในปีนี้
สำนักวิจัยทิสโก้จึงได้ปรับมูลค่าที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น และยังคงแนะนำ ”ซื้อ” เนื่องจาก 1)โครงการโครงสร้างพื้นฐานควรจะเริ่มขึ้นในปี 2558 ซึ่งจะเพิ่ม backlog และกำไรของ CK ได้มาก 2) การลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานจะสร้างมูลค่าให้บริษัท 3) คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q57 จะออกมาดี และ 4) มีอัพไซด์ 31% จากราคาปัจจุบัน
Backlog ขนาดใหญ่จะช่วยรักษาระดับผลประกอบการด้วยโครงการที่มีศักยภาพจำนวนมากที่จะผลักดันการเติบโต - Backlog ในปัจจุบันของ CK อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ซึ่งหากรวมกับโครงการที่มูลค่า 2.47 หมื่นล้านบาท ที่กำลังรอเซ็นสัญญาจะทำให้ CK มี backlog ทั้งหมด 1.25 แสนล้านบาท เทียบเท่ากับ 3 เท่าของรายได้จากการก่อสร้างของ CK ในปี 2557
อีกทั้งโครงการภาครัฐที่มีศักยภาพอีกหลายโครงการ จะเพิ่มให้มีการประมูลในปีหน้า ซึ่งสำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า CK จะชนะการประมูลได้ราว 4 หมื่นล้านบาทต่อปี สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า CK จะพลิกกลับมามีกำไรปกติ (เดิมขาดทุน) ได้ในปีนี้ และมีการเติบโตของกำไรปกติอยู่ที่ 25% และ 20% ในปี 2558-59F ตามลำดับ
โดยในระยะสั้นสำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า CK จะมีกำไรสุทธิ 3Q57 กับ 1.29 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% YoY และ 313% QoQ ผลักดันโดย 1) กำไรหลังภาษีจากการขายหุ้น BMCL ได้เงินมา 808 ล้านบาท ; 2) รายได้จากปันผลที่สูงขึ้นจาก TTW และ BECL เนื่องจากผลของฤดูกาล
มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน - นอกจากนั้นมูลค่าของ CK ยังอิงอยู่กับการลงทุนในหลายธุรกิจ ซึ่งล้วนแต่มีแนวโน้มในเชิงบวก ซึ่งธุรกิจเหล่านั้นไม่ได้ให้ปันผลในระดับสูง และกำไรจากส่วนที่ถือหุ้นมากแล้ว แต่ธุรกิจเหล่านั้นจะมีมูลค่าแฝงต่อ CK อีกด้วย
สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า BMCL จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2560 หลังจากรถไฟใต้ดินสายสีม่วงเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ซึ่งสำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า BMCL จะได้รับสัมปทานในการดำเนินการรถไฟใต้ดินสายใหม่แห่งนี้ ในขณะเดียวกัน CKP เองก็มีโครงการท่อส่งก๊าซที่แข็งแกร่ง และมีแผนการเติบโตที่ระดับ 27% CAGR ในระหว่างปี 2557-2563 และถ้าหาก CK ต้องการเงินสำหรับการลงทุนในอนาคต บริษัทก็สามารถขายหุ้นบางส่วนจากบริษัทที่ CK มีเงินลงทุนเหล่านี้ได้ ซึ่งจะรับรู้เป็นกำไรจากเงินลงทุน และแบบที่ไม่รับรู้เช่นในกรณี TTW ในปี 2556
สำนักวิจัยทิสโก้แนะนำ ”ซื้อ” ด้วยเป้าหมายราคา 32.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์ 31% - เนื่องจาก CK ถือเงินลงทุนอยู่ในหลายธุรกิจ สำนักวิจัยทิสโก้จึงประเมินมูลค่า CK ด้วยวิธี SOTP ทำให้สำนักวิจัยทิสโก้แนะนำ ”ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 32.50 บาท โดยมีปัจจัยเสี่ยงคือ การก่อสร้างที่ล่าช้า, โครงการภาครัฐใหม่ที่ออกมาน้อยกว่าคาด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความเสี่ยงการเริ่มโครงการ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมัน






