กำไร 9M57 เติบโต 7% ยังคงคาดทั้งปีจะเติบโตราว 7% YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-กำไรในช่วง 3Q57 เติบโต 4%YoY แต่ลดลง 10%QoQ กำไร 9M57 เติบโต 7% : ในช่วง 3Q57 มีกำไรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาทต่ำกว่าคาด 3% โดยเพิ่มขึ้น 4%YoY แต่ลดลง 10%QoQ เนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากการที่ต้นทุนเงินฝากลดลงหลังจากเงินฝากแคมเปญพิเศษที่มีต้นทุนสูงครบกำหนด ทั้งนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM) ที่ทรงตัวที่ระดับ 3.35% ปรับดีขึ้นจากระดับ 3.24% ใน 3Q56 2) การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ และ 3) สำรองหนี้สูญลดลง 23%YoY ทั้งนี้ใน 3Q56 มีการบันทึกเงินปันผลพิเศษ และใน 2Q57 มีกำไรจากการขายหุ้น บมจ.ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย (SCSMG) จำนวน 2.2 พันล้านบาทเศษ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ที่ 37.6% ดีขึ้นจาก 38.4% ใน 3Q56 แต่แย่ลงกว่า 35.1% ใน 2Q57 ในช่วง 9M57 มีกำไรสุทธิ 4.1 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปีที่ 5.4 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 7%จากปี 56
-สินเชื่อปลายเดือนก.ย. 57 หดตัว 0.6%จากปลายปี 56 : ปลายเดือนก.ย. 57 มีสินเชื่อ 1.72 ล้านล้านบาทหดตัว 0.6%จากปลายปี 56 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสินเชื่อเติบโต 2.7% จากทุกกลุ่มธุรกิจโดยมีการเติบโตสูงในกลุ่มสินเชื่อเคหะและกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้บริหารคาดว่าสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลทำให้ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นแต่ ผู้บริหารตั้งข้อสังเกตว่าการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าที่ทบทวนใหม่ทั้งปีที่ระดับ 5-6%
-คงประมาณการกำไรทั้งปี 57-58 ตามเดิมซึ่งเติบโต 7% และ 4% ตามลำดับ : แม้ว่าผลกระทบจากภาวะชะลอตัวในช่วงต้นปีจะทำให้การเติบโตของสินเชื่อทั้งปีน่าจะต่ำกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ระดับ 6% แต่เชื่อว่าการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในการลดต้นทุนเงินฝากและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคตจะสนับสนุนการเติบโตของกำไรทั้งปี 57 ราว 7% สู่ 5.37 หมื่นล้านบาทและเติบโตอย่างน้อย 4% สู่ระดับ 5.58 หมื่นล้านบาทในปี 58
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 228 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ SCB ยังดีจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่และการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงาน ธนาคารมีเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 17.6% เงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 14.2% ในการประเมินราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 2.4 เท่าและ Ke 10% ได้เท่ากับ 228 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”






