วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ห่วงส่งออกระยะยาว จี้แก้ปัญหา-เพิ่มศักยภาพ

"แบงก์ชาติ" ห่วงการส่งออกไทยระยะยาว หลังขาดการลงทุนยกศักยภาพการผลิตมานาน แนะผู้เกี่ยวข้องเร่งวางแผน

ส่วนระยะสั้นเติบโตได้ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก มองปีหน้าโตแค่ 4% ด้านนักเศรษฐศาสตร์ แนะยกระดับสู่เทคโนโลยีขั้นสูง เหตุแรงงานไทยค่าตัวแพงแข่งเพื่อนบ้านไม่ได้

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัญหาส่งออกที่ชะลอตัวช่วงที่ผ่านมา ต้องแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น และ ระยะยาว โดยระยะสั้นจากนี้ไป เชื่อว่าการฟื้นตัวคงเป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดย ธปท. ประเมินการเติบโตส่งออกไทยปีหน้าไว้ที่ 4%

"เป็นการฟื้นตัวระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถกลับไปเติบโตได้เหมือนในอดีตที่เป็นเลข 2 หลัก เพราะเราขาดการลงทุนใหม่ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิต อีกทั้งยังเผชิญกับราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำด้วย" นายเมธี กล่าว

ธปท.ห่วง2กลุ่มอุตสาหกรรม

ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เพื่อการส่งออก ระยะหลังประเทศเพื่อนบ้านที่เคยนำเข้าสินค้าจากไทย หันมาผลิตและยังผลิตเพื่อส่งออกแข่งกับไทยด้วยนั้น นายเมธี กล่าวว่า เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่ยังไม่ถึงกับน่ากังวล เพราะอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเข้มแข็ง และตลาดยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

ประเด็นที่ ธปท. เป็นห่วง คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มสิ่งทอ แม้บางส่วนเริ่มปรับตัวบ้างแล้ว แต่ระยะยาวผู้ประกอบการไทย ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า จะปรับตัวเพื่อรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างไร

"เรื่องอิเล็กทรอนิกส์การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นกับผู้ประกอบการไทยอย่างเดียว เขาต้องเลือกประเทศที่มีความพร้อมเพื่อเป็นฐานในการผลิตด้วย" นายเมธี กล่าว

ภาษีมาตรการสนับสนุนชั่วคราว

การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น มาตรการภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจ นายเมธี กล่าวว่า สนับสนุนได้เพียงชั่วคราว เพราะประเด็นหลักอยู่ที่ว่า ผู้ประกอบการต่างชาติจะเลือกใช้ไทยเป็นฐานในการผลิตหรือไม่ ตรงนี้เขาจะดูเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย ได้แก่ ศักยภาพแรงงาน ต้นทุนของแรงงาน และความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องต้องวางแผนระยะยาว ดังนั้นปัญหาการส่งออกของไทยในระยะสั้น อาจยังไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับปัญหาในระยะยาว

ส่งออกไทยระยะสั้นเหนื่อย

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร กล่าวว่า การส่งออกไทยในระยะสั้นคงต้องเหนื่อยมาก โดยเฉพาะปีนี้ภาคการส่งออกอาจหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนปีหน้าคาดทำได้ 3-5% เพราะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ดีนัก ทำให้การคาดหวังส่งออกไทยจะกลับมาเติบโต 10-15% อย่างอดีตเป็นไปได้น้อย

"การส่งออกของเราปีนี้ อาจติดลบ และปีหน้าคงโตได้เพียง 3% เศรษฐกิจโลกชะลอลง ทำให้การส่งออกไทย เติบโตได้น้อยกว่าที่คาด" นายพิพัฒน์กล่าว

ปัญหาที่ทำให้ภาคส่งออกไทยชะลอตัวลงค่อนข้างมาก นอกจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความต้องการสินค้าในตลาดโลกน้อยลงแล้ว ที่ผ่านมาไทยยังเผชิญกับปัญหาค่าแรงที่สูงขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้การผลิตเพื่อการส่งออกลดน้อยลงตามไปด้วย

หาตลาดใหม่-ปรับขบวนการผลิต

แนวทางการแก้ปัญหา นอกจากผู้ประกอบการไทยแล้ว ต้องขึ้นกับผู้ลงทุนต่างประเทศว่า ยังเลือกไทยในการลงทุนหรือไม่ เพราะค่าแรงของไทยสูงขึ้น ผู้ลงทุนบางรายต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน โดยไปลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม

"หลังน้ำท่วม ผู้ประกอบการรถยนต์ เริ่มมองหาแหล่งลงทุนอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยง การลงทุนไม่ได้เพิ่ม การส่งออกก็ไม่เพิ่ม เพราะเขาไม่เอาสินค้าการผลิตใหม่ๆ มาลงทุนกับเรา เวลานี้เราทำได้ดีสุดเพียงแค่หาตลาดใหม่ และปรับกระบวนการผลิตเพิ่ม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่" นายพิพัฒน์กล่าว

สิ่งที่อยากชี้ให้เห็น คือ ศักยภาพส่งออกของไทยระยะยาว ถ้ายังไม่พัฒนาศักยภาพและกระบวนการผลิต อาจทำให้ส่งออกระยะต่อไปมีปัญหาสิ่งที่ต้องทำ คือ ยกระดับตัวเองขึ้นไปแข่งขันในสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น

โค้งสุดท้ายส่งออกไทยยังไม่ดี

นายถาวร กนกวลีวงศ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส่งออกโค้งสุดท้ายไตรมาส 4 ยังไม่ดีเท่าที่คาดไว้ จากปกติเป็นไตรมาสที่มียอดส่งออกดีที่สุด คาดขยายตัว 2% ทำให้ภาพรวมทั้งปียอดส่งออกโต 3-4% มีมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าเป้าที่ว่าจะเติบโต 5% โดยตลาดส่งออกหลักอียูมียอดขายลดลง เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมทั้งความวุ่นวายภายในประเทศช่วงต้นปี ทำให้การส่งออกกลุ่มเครื่องนุ่งห่มพลาดเป้า

ส่วนปี 2558 มองว่า ยอดส่งออกดีขึ้น ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% เพราะการเมืองในประเทศสงบ ตลาดอาเซียน และญี่ปุ่น ปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ ขณะที่ผลกระทบจากการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีอากร (จีเอสพี) ของอียู ส่งผลไม่มากในปีหน้า แต่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นในปีต่อๆ ไป เพราะประเทศคู่แข่งเร่งเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอียูเร็วกว่าไทย

"ปีหน้าสินค้าเครื่องนุ่งห่มแฟชั่นขยายตัวดี เพราะการขยายตัวค้าชายแดนที่รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ และการเข้าสู่เออีซี ที่จะทำให้กำแพงการค้าต่างๆ ลดลง ขอให้รัฐบาลเร่งเจรจาเปิดเขตการค้าเสรีไทย-อียูโดยเร็ว เพื่อลดความเสียเปรียบกับประเทศคู่แข่ง และเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการขยายกำลังการผลิตได้" นายถาวร กล่าว

ด้านตลาดภายในประเทศปีนี้ยังซบเซา โดยไตรมาส 4 จะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ที่จะมีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวเข้ามามาก แต่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่ปี 2558 ยอดขายภายในประเทศจะดีดตัวขึ้น คาดขยายตัว 10-15% และมีสัดส่วน 60% ของยอดผลิตที่เหลืออีก 40% ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มดีกว่าปีนี้

ปีนี้ยอดขายรถโตต่ำกว่าปีก่อน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ยอดส่งออกรถยนต์ไตรมาส 4 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 เพราะการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณค้างท่อปี 2557 และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 และมีเทศกาลมหกรรมยานยนต์ช่วงท้ายปี ซึ่งกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขยายตัวต่ำกว่า เพราะปีก่อนยังมียอดซื้อจากโครงการรถยนต์คันแรก

"ปีนี้ยอดขายภายในประเทศลดลงมาก และสินค้าการเกษตรหลักหลายชนิดตกต่ำ ภาคการท่องเที่ยวซบเซา ทำให้กำลังซื้อลดลงมาก แม้ปลายปีสถานการณ์ต่างๆ จะปรับตัวดีขึ้น ก็ยังไม่สามารถฉุดภาพรวมตลาดในประเทศทั้งปีดีขึ้นได้ คาดยอดขายภายในประเทศมี 9 แสนคัน ต่ำกว่าเป้าที่ล้านคัน ส่วนส่งออกจะทำได้ตามเป้า 1.2 ล้านคัน" นายสุรพงษ์ กล่าว

ส่วนตลาดส่งออกของไทยยังถือว่าไม่ค่อยดี เพราะตลาดหลักทั้งญี่ปุ่น และจีน ยังไม่ฟื้นตัว เพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบล่า และความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ โดยตลาดที่ยอดส่งออกยังอยู่ในแดนบวก ได้แก่ ตลาดตะวันออกกลางขยายตัว 22% ตลาดภูมิภาคอเมริกาเหนือ กลาง และใต้ ขยายตัว 7-8% ตลาดยุโรป ขยายตัว 4-5% ยกเว้นออสเตรเลียติดลบ 20% ทวีปเอเชียติดลบ 9% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ตะวันออกกลาง 28% เอเชีย 24% ออสเตรเลีย 20% ทวีปอเมริกา 11% ยุโรป 7% และแอฟริกา 5% ส่วนรถยนต์ที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นรถกระบะ 57% รองลงมาเป็นรถยนต์นั่ง 21% รถยนต์อีโคคาร์ 14% และรถพีพีวี 8%

ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ปีหน้า ตลาดส่งออกขยายตัวสูงกว่าปีนี้ ส่วนตลาดในประเทศมั่นใจเติบโตขึ้น คาดมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน หรือเติบโต 10% เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐของรัฐบาล

นายวิษณุ ลิ่มวิบูลย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม กล่าวว่า ไตรมาส 4 ที่เหลือ ไม่เพียงพอกระตุ้นยอดส่งออกปีนี้ เพราะตลาดโลกไม่ดี คาดส่งออกขยายตัว 1.5-2% ส่วนปี 2558 ขยายตัว 5% เพราะตลาดต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่วนตลาดในประเทศ ได้รับแรงกระตุ้นจากการขายเซ็ทท็อปบ็อกซ์ ที่มียอดซื้อทั้งประเทศกว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล และการขับเคลื่อนจาก ส.อ.ท. ขณะที่โครงการรวมกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นเอสเอ็มอีชาวไทย ของ ส.อ.ท. ที่ได้ตั้งแบรนด์ “THAICO” เพื่อเจาะตลาดในประเทศ และอาเซียน