วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างชาติสนใจควบรวมประกันไทยเพิ่ม

"ทาวเวอร์ส วัทสัน" ชี้ไทย เป็นที่สนใจของธุรกิจประกันต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทที่มีความแข็งแกร่งด้านช่องทางการขาย

นายพอล เมโลดี้ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายปฏิบัติการด้านการประกันชีวิต ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก บริษัททาวเวอร์ส วัทสัน ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลธุรกิจระดับโลก เปิดเผยว่า ความเสี่ยงของประเทศไทยที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจประกันคือปัจจัยทางการเมืองที่จะล้อไปกับภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อธุรกิจประกัน ขณะเดียวกันไทยควรเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและบำนาญเพื่อรองรับสังคมวัยชราในอีก 20 ปีข้างหน้าด้วย

ด้าน นายอลัน เมอร์เทน ผู้อำนวยการด้านการให้คำปรึกษาและการปฏิบัติการด้านธุรกิจประกัน ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่าแนวโน้มธุรกิจประกันภัยของไทยเป็นที่สนใจ โดยเฉพาะบริษัทที่มีจุดแข็งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่ต่างชาติ จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ เช่น การมีแบงก์แอสชัวรันส์ หรือตัวแทนที่แข็งแกร่ง เหมือนกรณีของบริษัทพรูเด็นเชียลที่เข้ามาลงทุนในกิจการของธนชาตประกันชีวิตในปีที่ผ่านมา และมองว่าหลังจากนี้จะมีดีลการซื้อกิจการตามมา ซึ่งบริษัทมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างเจรจาแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

ดังนั้นผู้ประกอบการควรสร้างความแข็งแกร่งในช่องทางขายของตัวเองและมองหาช่องทางใหม่ๆ เช่นร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกด้วย

ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่าในปี 2556 ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ไม่ได้ให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันเพิ่มเติม ดังนั้นหากต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็จะต้องใช้รูปแบบของการซื้อหรือควบรวมกิจการแทน

นอกจากนี้การที่คปภ.กำหนดให้บริษัทประกันภัยเพิ่มเงินกองทุนขั้นต่ำแบบขั้นบันไดเป็น 500 ล้านบาทภายใน 5 ปี ยังจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการควบรวมกิจการมากขึ้นด้วยในธุรกิจประกันภัย ที่ในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 64 แห่ง เทียบกับธุรกิจประกันชีวิตที่มีเพียง 23-24 แห่ง

"ธุรกิจประกันภัยมีจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นบริษัทเล็ก ๆ ขณะที่ประกันชีวิตจะมีฐานทุนที่แกร่งกว่า" นายอลัน เมอร์เทน กล่าว

นายอลัน เมอร์เทน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่บริษัทต่างชาติจะเข้ามาเพื่อใช้ไทยเป็นฐานในการกระจายธุรกิจไปยังภูมิภาค เช่นในพม่าหรือกัมพูชา อย่างไรก็ตามการออกไปลงทุนในประเทศเหล่านั้นคงต้องใช้เวลาและรอให้เห็นความชัดเจนทางด้านนโยบายก่อน

"การเข้าสู่เออีซีในปลายปี 2558 คงต้องใช้เวลาในการพัฒนาธุรกิจประกันในประเทศเหล่านั้นอีกหลายปี เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนในกฎระเบียบและการกำกับที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ดังนั้นภาพรวมธุรกิจหลังจากเปิดเออีซีจะเป็นอย่างไรคงต้องรอจนกว่าจะเห็นนโยบายที่ชัดเจน" นายอลัน เมอร์เทน กล่าว

นายอลัน เมอร์เทน กล่าวต่อว่า ความท้าทายของการเข้าสู่เออีซีของธุรกิจไทยคือเรื่องการรักษาบุคลากรที่เชื่อว่าจะมีการแข่งขันเพื่อแย่งบุคลากรมากขึ้นโดยเฉพาะบุคลากรด้านนักคณิตศาสตร์ประกันที่มีน้อยมากในขณะนี้