รักษาการเติบโตได้ดีกว่าคู่แข่ง
2H57 จะเห็น SSSG เติบโต 3%
ใน 2H57 เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ HMPRO จะเติบโตราว 3% ชะลอตัวจาก 1H57 (+5%) เนื่องจากผลกระทบแย่งส่วนแบ่งตลาดสาขากันเอง (Cannibalization) ในบางจังหวัดที่เปิดสาขาแห่งที่ 3 โดยใน 3Q57 HMPRO เปิดสาขา 1 แห่งที่อำเภอสันทราย เป็นสาขาแห่งที่ 3 ในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่ SSSG 3Q57 คาดเติบโต 4% ชะลอลงจากฐานสูงใน 2Q57 (+6.5%) และปัจจัยฤดูกาลช่วงหน้าฝน ส่วน 4Q57 คาดว่า SSSG เติบโตราว 2-3% เนื่องจากผลกระทบ Cannibalization ของการเปิดสาขาแห่งที่ 3 ในจังหวัดเชียงใหม่, โคราช, ชลบุรี และภูเก็ต (4Q57 มีแผนเปิดสาขาที่ศรีราช, ภูเก็ต, พัทยา, มาเลเซีย และย้ายที่ตั้งสาขาโคราช) หากเทียบกับ GLOBAL เราคาด SSSG 2H57 จะติดลบ 6% จากกำลังซื้อต่างจังหวัดยังอ่อนแอ และการแข่งขันในภาคอีสาน
คาดกำไรสุทธิ 3Q57 ที่ 779 ล้านบาท
เราคาดว่าผลประกอบการ 3Q57 ของ HMPRO จะมีกำไรสุทธิ 779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 2% QoQ โดยคาดยอดขายที่ 12,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY และทรงตัว QoQ ทั้งนี้กำไรสุทธิลดลง QoQ เกิดจากผลการดำเนินงานของเมกา โฮม มี Gross margin ต่ำกว่า HMPRO ทำให้ Gross margin รวมของ HMPRO ลดลงเหลือ 26.3% ประกอบกับรับรู้ค่าใช้จ่ายของเมกา โฮม และสาขามาเลเซีย ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นกว่ายอดขาย นอกจากนี้การออกหุ้นกู้วงเงิน 2,000 ล้านบาท เมื่อ ก.ค.57 รองรับการขยายสาขา ทำให้มีค่าใช้จ่ายการเงินสูงขึ้น 2% QoQ ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net margin) เหลือ 6.4%
ปี 2558 เริ่มเห็นผลบวกจากการขยายตลาดใหม่
HMPRO มีการขยายตลาดใหม่ผ่านธุรกิจเมกา โฮม จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงไปและจะเปิดสาขาต่างประเทศแห่งแรกในมาเลเซียราวเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ตามประมาณการเราคาดว่า 2H58 ธุรกิจเมกา โฮมจะผ่านจุดคุ้มทุน ส่วนสาขามาเลเซียคาดจะรับรู้ผลขาดทุนราว 170 ล้านบาท ในปีแรก และลดลงเหลือ 80-100 ล้านบาทในปีที่ 2 นอกจากนี้เรายังไม่รวมรายได้ส่วนเพิ่มจากโครงการ Solar Rooftop ซึ่ง HMPRO ให้บริษัทไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ เช่าดาดฟ้าสาขาโฮมโปร 11 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดย 4Q57 จะมีสาขาเข้าร่วม 5 แห่ง และครบ 11 แห่งในปี 2558 เบื้องต้นเราประมาณการรายได้ส่วนเพิ่มอย่างน้อยราว 7-10 ล้านบาทต่อปีจากโครงการ Solar Rooftop 11 แห่ง (สมมติฐานค่าเช่าเฉลี่ย 5-8 หมื่นบาทต่อสาขาต่อเดือน)
แนะนำ “เก็งกำไร”
เราประเมินมูลค่าเหมาะสม HMPRO ที่ 11.30 บาท (ก่อน XD หุ้นปันผล) และมีมูลค่าเหมาะสม 10.00 บาท (หลัง XD หุ้นปันผล) ราคาปัจจุบันมีอัตราผลตอบแทนรวม 14% เรามองว่าการที่หุ้น HMPRO ช่วง 1-2 เดือนปรับตัว Underperform SET มีสาเหตุจากแนวโน้ม 3Q57 ไม่เด่นและขาดปัจจัยบวกใหม่ ส่วนการจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H57 เป็นเงินสดหุ้นละ 0.013889 บาท และหุ้นปันผลอัตรา 8 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล (EPS dilution 11%) จะขึ้น XD 21 ต.ค.นี้ เราเชื่อว่าผู้ถือหุ้น HMPRO จะได้ประโยชน์อีกครั้งจากราคาหุ้นที่ปรับลงน้อยกว่าราคาตลาดตามทฤษฎีจากการขึ้น XD และมีปัจจัยบวกแนวโน้ม 4Q57 คาดว่าเป็นไตรมาสดีสุดของปี






