ยุคปฏิรูป ICT
ผลต่อกลุ่มสื่อสาร
ภารกิจกระทรวง ICT ปี 2557 ต่างกับปี 2549
การเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวง ICT (นายพรชัย รุจิประภา) ทำให้เรามองว่าบทบาทของกระทรวง ICT ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ต่างกับยุครัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ เมื่อปี 2549 เนื่องจากภารกิจของกระทรวง ICT ปี 2549 ซึ่งมี ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม เป็นรัฐมนตรี ICT ให้ความสำคัญกับการปรับระบบของรัฐวิสาหกิจ และการแปรนโยบายสัมปทานที่มีความเหลื่อมล้ำ ขณะที่ภารกิจของกระทรวง ICT ปัจจุบันเน้นการนำเทคโนโลยีไปให้บริการอย่างเป็นบูรณาการ โดยเฉพาะบริการโครงข่ายสายไฟเบอร์ออฟติคเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมการใช้งานเพื่อรองรับนโยบายดิจิตอล อีโคโนมี รวมทั้งปฏิรูปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดภารกิจซ้ำซ้อน ส่วนการแก้ไขข้อพิพาทสัมปทานดาวเทียม และสัมปทานโทรศัพท์มือถือ มีการตั้งคณะกรรมการมาตรา 72 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2556) เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน เรามองว่าท่าทีของกระทรวง ICT ต่อประเด็นนี้ประนีประนอมกว่าปี 2549
Digital Economy นโยบายดีที่ต้องใช้เวลา
รัฐมนตรี ICT ระบุ การผลักดันนโยบาย Digital Economy จะมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างและต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบับคาดว่า 2-3 เดือนข้างหน้าจะเริ่มเห็นทิศทางดำเนินงาน โดยจุดเริ่มต้นของ Digital Economy จะเริ่มจากการบูรณาการโครงข่ายหลักให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น รวมทั้งต่อยอดบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างประเทศโดยเฉพาะ AEC อย่างไรก็ตาม แม้การขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างเป็นรูปธรรมต้องใช้เวลาเกิน 1 ปี แต่เรามองว่าเป็นโอกาสต่อการเติบโตของตลาดสื่อสาร รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุน เนื่องจากงบประมาณของรัฐค่อนข้างจำกัด เรามองว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องและจะได้ประโยชน์ก่อนจากนโยบายนี้คือ กลุ่มผู้ให้บริการวางระบบสื่อสาร (System Integrator) ได้แก่ AIT, MFEC, LOXLEY และ SAMTEL
ปฏิรูป TOT/CAT ล่าช้า กระทบการประมูลคลื่น
การปฏิรูป TOT และ CAT เป็นหนึ่งในภารกิจของกระทรวง ICT ที่ต้องดำเนินการร่วมกับกระทรวงการคลัง ปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน และจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาแนวทางการปฏิรูป คาดว่าการวางแนวทางปฏิรูป 2 หน่วยงานนี้จะใช้เวลา 5-6 เดือน เรามองว่าความชัดเจนของการปฏิรูป TOT และ CAT จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปิดประมูลคลื่น 900/1800 MHz โดยกรณีแย่สุด หากการปฏิรูป TOT/CAT ล่าช้าเกินกว่า 6 เดือน เรามองเป็นความเสี่ยงต่อการเปิดประมูลคลื่น 900/1800 MHz จะล่าช้าเกิน 1 ปี หรือไม่สามารถเปิดประมูลได้ภายในเดือน ก.ค.2558 ซึง ADVANC จะถูกกดดันจากประเด็นนี้มากสุด ในทางกลับกันหากการประมูลคลื่นสามารถเกิดขึ้นภายใน ก.ค.2558 เราเชื่อว่า ADVANC มีแนวโน้มปรับตัว Outperform มากสุดเมื่อเทียบกับ DTAC และ TRUE
หุ้นเด่น INTUCH-THCOM
เราคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มสื่อสาร “มากกว่าตลาด” จากมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไร 2H57 เติบโตจาก 1H57 ส่วนปี 2558 คาดว่ากำไรรวมของบริษัทที่ศึกษาจะเติบโตราว 14% สำหรับหุ้นเด่นเลือก INTUCH (แทน SAMART) และ THCOM เนื่องจาก SAMART มีอัตราผลตอบแทนจำกัด ขณะที่ INTUCH มีผลตอบแทนรวมสูง 40% และยังมี Upside เพิ่มจากการขยายธุรกิจใหม่ ส่วน THCOM มีจุดเด่นกำไรเติบโตสูงกว่ากลุ่ม และซื้อขาย PE ปี 58 ต่ำกว่าอัตราการเติบโตช่วง 3 ปีข้างหน้า (2557-2559) หรือมี PEG ราว 0.5 เท่า ขณะที่ความเสี่ยงข้อพิพาทสัมปทานดาวเทียม เรามองว่ามีผลกระทบจำกัดต่อ THCOM เนื่องจากมาตรา 72 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2556 เปิดโอกาสให้สามารถแก้ไขสัญญาได้ จึงมองว่าการยุติข้อพิพาทมีความเป็นไปได้มากขึ้น สำหรับกลุ่ม Mobile Operator เราแนะนำ “เก็งกำไร” ADVANC และ DTAC โดย ADVANC มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการจากการรวมธุรกิจใหม่ Fixed Broadband และผลบวกของอัตรา Roaming ต่ำลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายสัมปทานต่อรายได้ของ ADVANC ลดลงเร็วกว่า DTAC









