วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจโลกฟื้นช้ากดดัน...แต่ก็ลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเร็ว

• การชะลอตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีทำให้วิตกเศรษฐกิจยูโรโซน ทั้งนี้ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนส.ค.เยอรมนีออกมาอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด (คำสั่งซื้อภาคโรงงาน -5.7%, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม -4%, มูลค่าส่งออก -5.8%) ซึ่งเศรษฐกิจเยอรมนีใหญ่ที่สุดคิดเป็น 27% ของยูโรโซน จึงกังวลว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะชะลอตัวตามไปด้วย ปัจจัยจับตา คือ การเริ่มใช้โครงการ QE ของ ECB ตั้งแต่กลางเดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป (ตามแผนจะใช้ 1 ล้านล้านยูโรในระยะเวลา 2 ปี)

• การฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจโลกเป็นประเด็นที่กดดันทั้งตลาดหุ้นและตลาดน้ำมัน ทั้งนี้หลัง IMF ประกาศปรับลดคาดการณ์ Global GDP Growth ปี 57-58 ลดลง 0.1% และ 0.2% จากเดิม เป็น 3.3% และ 3.8% ตามลำดับ โดยหลักมาจากเศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังซบเซามาก และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ต่ำกว่าคาดซึ่งรวมถึงจีนด้วย ดัชนีตลาดหุ้นหลักอย่าง DJIA, S&P 500 และ DAX อ่อนตัวลง 2.3%, 2.0% และ 2.2% ตามลำดับ รวมทั้งทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงประมาณ 3-4% ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งราคาน้ำมันดิบ (BRENT) ได้ลดลงมาแล้ว 6.7%QTD และ 20.2%YTD ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี เพราะใน 3Q-4Q57 จะมีแรงกดดันจากผลขาดทุนในสต็อก

• แต่...การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ก็ทำให้แรงกดดันเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยลง ซึ่งการทอดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นบวกกับตลาดหุ้น แนวโน้มการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐจะจำกัดลง ทำให้การลงทุนในหุ้นยังมีความน่าจูงใจในการลงทุน โดยเฉพาะหลังมีการปรับฐานแบบมีนัยสำคัญไปแล้ว

• ปัจจัยที่ติดตามในประเทศ คือ ความคืบหน้าของการปฏิรูปในด้านต่างๆ ของรัฐบาล และ Preview ผลประกอบการไตรมาส 357 ของบริษัทจดทะเบียน สำหรับการปฏิรูปราคาก๊าซ LPG & NGV ด้วยการทยอยปรับขึ้น ในเบื้องต้นสุทธิแล้วเป็นบวกกับ PTT เพราะทำให้ขาดทุนในธุรกิจน้อยลงแม้จะเป็นลบกับบริษัทลูกคือ PTTGC ที่อาจต้องใช้วัตถุดิบ LPG ในราคาที่สูงขึ้นก็ตาม ในด้านอัตราเงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์คาดว่าการปรับขึ้นของราคาก๊าซ LPG & NGV จะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อจำกัดมากเพราะภาคขนส่งส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซล ส่วนผลประกอบการ 3Q57 กลุ่มแบงก์คาดว่าจะไม่ตื่นเต้น โดย DBS คาดว่าจะเติบโตเพียง 5%YoY และ 1%QoQ เนื่องจากสินเชื่อไตรมาส 3 ปีนี้ยังเติบโตไม่มาก และหลายธนาคารมีการตั้งสำรองค่าเผื่อฯ เพิ่มเนื่องจาก NPL สูงขึ้น

• เน้นซื้อตามด้วยค่าบวกของดัชนีและราคาหุ้น ในเชิงกลยุทธ์เห็นว่าการอ่อนตัวของ SET ต่ำกว่า 1545 จุดดูไม่ดี เพราะมีสิทธิลงไป Low เดิม 1530+- จุด หรือต่ำกว่าคือ 1510-1500, 1480 จุด แต่ถ้าปรับขึ้นเลยหรือเด้งจากการอ่อนตัวที่ไม่หลุด 1545 จุดจะมีแนวต้าน 1560-1570, 1580 จุด การยืนเหนือ 1580 จุดได้อย่างมั่นคงจะมีลุ้นดัชนี 1600 จุดหรือสูงกว่า สำหรับหุ้นพื้นฐานหลักที่น่าสนใจซื้อลงทุนในจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัว ได้แก่ CPALL, MINT, CPF, GFPT, TUF, AP, PS, SPALI, CK, STEC, CPN, ADVANC, INTUCH, VGI หุ้นกลาง-เล็กที่น่าสนใจ คือ RML, SYNTEC