วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ย้ำขึ้นแอลพีจีไม่กระทบราคาสินค้า

“พาณิชย์”แจงขึ้นแอลพีจี-เอ็นจีพี ไม่กระทบราคาสินค้าเหตุส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซล ดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง0.0025%

เตรียมปรับมาตรการดูแลสินค้าเดือนต.ค. ดันแอลพีจีเติมรถยนต์ไว้กลุ่มอ่อนไหว ถอนสินค้าสุกรชำแหละออกจากกลุ่มติดตามใกล้ชิดทุกวัน

นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯได้ประเมินผลการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งจาก กก.ละ 21.38 บาท เป็นกก.ละ 22 บาท และก๊าซเอ็นจีวีจากกก.ละ 10.50 เป็น กก.ละ 11.50 บาทพบว่ามีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ 0.0025%

เนื่องจากรถบรรทุกและรถปิกอัพที่บรรทุกสินค้าส่วนใหญ่ 96% จะใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งกระทรวงพลังงานตรึงราคาที่ระดับลิตรละ 29.99 บาท โดยการใช้ก๊าซทั้งสองชนิดในภาคขนส่งอื่น เช่น แท็กซี่ ก็มีสัดส่วนต่อการคำนวณเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อย ทำให้การปรับขึ้นราคาพลังงานดังกล่าวไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่จะทำให้สถานการณ์เงินเฟ้อน่าเป็นห่วง

เขากล่าวว่า การปรับขึ้นแอลพีจีและเอ็นจีวีภาคขนส่ง ไม่สามารถเป็นข้ออ้างในการขอปรับขึ้นราคาสินค้าของผู้ประกอบการได้ เนื่องจากไม่ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น แต่หากรายใดเห็นว่าได้รับผลกระทบก็สามารถเข้ามาชี้แจงกับกรมได้

“เงินเฟ้อที่เพิ่ม 0.0025% เป็นการศึกษาที่รวมถึงผลกระทบจากกรณีที่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารทั้งรถแท็กซี่ และรถสาธารณะอื่นหมดแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของรถแท็กซี่หากพิจารณาการวิ่งรถ 1 กะหรือประมาณ 8 ชม. ในระยะทางเฉลี่ย 300 กม. ก็จะทำให้ต้นทุนของรถแท็กซี่เพิ่มอีก 12-13 บาทต่อกะ เท่านั้นซึ่งถือว่าน้อย" นายบุญฤทธิ์ กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า รายการสินค้าที่ติดตามดูแล 205 สินค้า ประจำเดือน ต.ค. มาตรการ Sensitive List (SL) ซึ่งกำหนดให้ติดตามสถานการณ์ราคาทุกวัน มีจำนวน 12 รายการ ลดลงจากเดือนก.ย.ที่ผ่านมา 1 รายการ คือ สุกรชำแหละออกจากบัญชี เนื่องจากสภาพอากาศเย็นลงทำให้ผลผลิตสุกรออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น แต่ให้คงสินค้าข้าวสารบรรจุถุง น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซเอ็นจีวี อาหารปรุงสำเร็จ น้ำมันพืช ก๊าซแอลพีจี นมผง ปุ๋ยเคมี ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช อาหารสัตว์ และให้เพิ่มก๊าซแอลพีจีรถยนต์เข้าไปเพื่อจะได้ติดตามดูแลราคาในทุกวัน