ซื้อ Greyhound หนุนการเติบโต
บริษัท ทรัพย์ศรีไทย SST ลงทุนซื้อ Greyhound เมื่อเดือน ก.ค. ผ่านบริษัทย่อย (SST ถือหุ้น 75%) มีมูลค่าการลงทุน 1,854 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตจากแผนการขยายสาขา Greyhound Café ในไทย และบุกตลาดเอเชียในรูปแบบของการขยายสาขาแบบ Franchise เริ่มเห็นความชัดเจนจากการทำข้อตกลงกับคู่ค้าในมาเลเซียเป็นประเทศแรก
โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายเปิดสาขา Greyhound Café ปีละ 1 ประเทศ เรามองว่า Greyhound จะสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิระยะยาว ทำให้ระดับอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5 ปีข้างหน้า (2558-2562) อยู่ที่ระดับ 20% และเราคาดในปี 2558 Greyhound Café จะสามารถส่งผ่านรายได้ให้บริษัท 21% ของรายได้รวม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 28% ในปี 2560
ธุรกิจเดิมเป็นฐานที่แข็งแกร่ง
SST มีศักยภาพในการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขยายสาขา Dunkin Donut เชิงรุก 17 สาขาต่อปี พร้อมลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อเร่งให้อัตรากำไรสุทธิให้ทรงตัวสูงเหนือคู่แข่ง ส่วน Au Bon Pain ได้รับใบอนุญาตการขยายสาขาในกลุ่มประเทศ CLMV โดยจะเปิดสาขาในโรงพยาบาลชั้นนำที่ทำธุรกิจกันมาก่อน ทำให้มีความเสี่ยงน้อย นอกจากนี้ Baskin Robbins ที่ขาดทุนมานาน เริ่มมีสัญญาณการพลิกมาทำกำไรหลังจาก EBITDA กลับมาเป็นบวก โดยเราคาดว่า Baskin Robbins จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2558
พลิกกลับมาเป็นกำไรปีนี้
แม้ว่าการขายธุรกิจน้ำมันพืชและอาหารสัตว์จะทำให้ SST มีผลขาดทุนจากรายการนี้ 113 ล้านบาท แต่เรามองว่าจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของ SST ในระยะยาว เพราะไม่ต้องแบกภาระขาดทุนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และดอกเบี้ยสูงกว่าปีละ 70 ล้านบาท ขณะเดียวกัน SST จะบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน SSTSS สุทธิหลังหักภาษี 332 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการในปี 2557 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 333 ล้านบาท แต่ยังคงมีผลขาดทุนจากธุรกิจปกติเล็กน้อย ก่อนที่จะฟื้นตัวมามีกำไร 258 ล้านบาทในปี 2558
แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 41 บาท
จากการศึกษาเรามองว่าธุรกิจของ SST ยังมีแนวโน้มเติบโตจาก 1) การขยายสาขาเชิงรุกทั้งในไทยและในต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง 2) การประหยัดจากขนาดสนับสนุน Margin สูงขึ้น และ 3) ภาคการบริโภคในประเทศมีการขยายตัวดีขึ้นราว 3.5% YoY
ทั้งนี้ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี Discounted Cash Flow ได้มูลค่าเหมาะสมเป็น 41 บาท เทียบเท่า 42xP/E’58 แม้แพงเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ 28 เท่า แต่อัตราส่วน Price to Sales เท่ากับ 2.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มอาหารเครือข่ายที่มีค่าเฉลี่ยราว 2.5 เท่า และมีการเติบโตสูงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีโอกาสจ่ายหุ้นปันผล
เรามีมุมมองบวกต่อการเข้าลงทุนของ SST ที่หันมาเร่งการเติบโตจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านการเข้าซื้อกิจการของ Greyhound เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น เราคาดว่าในอนาคต SST จะยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆเพื่อครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง
ขณะที่บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากการแปลงสินทรัพย์ของธุรกิจ ให้เช่าคลังเอกสารซึ่งมีผลตอบแทนการลงทุนต่ำ มาตั้งเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจอาหารที่มีผลตอบแทนสูงกว่า






