วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนในทิศทางลง

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นลงแบบผันผวนตามปัจจัยภายนอกที่มีเข้ากระทบ

นักลงทุนเริ่มมองผลกระทบเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะส่งผลให้ผลประกอบการภาคเอกชนไม่สดใส แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มพลัง สื่อสารและแบงก์ กดดัชนีตลาดปรับตัวลดลงปิดส่งท้ายสัปดาห์ที่ 1,552.72 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับลดลง 17.56 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 4.54 หมื่นล้านบาท การลงทุนรายกลุ่มขาดทิศทางที่ชัดเจน การขึ้นลงของตลาดในสัปดาห์นี้ขึ้นกับผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ที่จะเริ่มทยอยประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสสาม

ปัจจัยทางเทคนิค

จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มที่จะจบคลื่น 1,(v) ที่ 1,602 จุด และกำลังตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective Wave) คลื่น 2 โดยมีทิศทางอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ระดับ 1,525 จุด หากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวรับของเส้นแนวโน้มนี้ได้ ดัชนีตลาดจะปรับลดลงเข้าหาแนวรับ 38.2% Fibonacci Retracement ที่ระดับ 1,450 จุด (คำนวณระหว่างจุดต่ำที่ 1,205 จุด กับจุดสูงที่ 1,602 จุด)

ดัชนีตลาดเกิดบาร์ชาร์ทเป็น Key Reversal Day และการที่คลื่น (v) เป็นคลื่นยืด (Extended wave) ร่วมกับการเกิดสัญญาณปลายตลาดขาขึ้นแบบ Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงแรง

สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ

จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดผันผวนขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long - Term Investor (MMA2) ก่อนที่จะปรับตัวหลุดแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่เป็นแนวต้าน โดยมีจุดต่ำเก่าที่ 1,527 จุดเป็นแนวรับ และมีแนวรับ 23.6% Fibonacci Retracement เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,510 จุด

กรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถกลับขึ้นยืนปิดเหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้น จะทำให้ดัชนีตลาดเปลี่ยนทิศทางจากตลาดขาขึ้นเป็นขาลง (อย่างน้อยในระยะสั้น) ซึ่งเป็นไปตามหลักการของทฤษฎีดาว (Dow Theory)

สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดอาจมีการปรับตัวขึ้นระหว่างการซื้อขายหรือระหว่างวัน แต่ดัชนีตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลง

ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,560 - 1,574 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,540 - 1,530 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

สำหรับนักลงทุนระยะสั้นและนักเก็งกำไรยังคงแนะนำให้ถือเงินสด สำหรับนักลงทุนระยะยาวควรรอสัญญาณซื้อเมื่อดัชนีตลาดหรือราคาหุ้นปรับลดลงเข้าหาแนวรับและเกิดสัญญาณ Bullish Divergence จึงเริ่มทยอยเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานเข้าพอร์ต