วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยูนิลีเวอร์'ลุยลงทุน8พันล้าน รับชนชั้นกลางพุ่ง50ล.คนปี63

"ยูนิลีเวอร์"เคาะแผน3ปี ลงทุน8พันล้าน ขยายโรงงาน-คลังสินค้า-สำนักงาน รับแนวโน้มชนชั้นกลางขยายตัว

ทะลุ50 ล้านคน ปี 63 หนุนความต้องการบริโภคพุ่ง ดันยอดขายโต เท่าตัว โกย 8 หมื่นล้าน

แนวโน้ม "ชนชั้นกลาง" ซึ่งเป็นฐานกำลังซื้อใหญ่สุดของตลาดประเทศไทยขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องเป็นโอกาสทางการตลาดสำคัญที่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง "ยูนิลีเวอร์" ในการเดินหน้าลงทุน เตรียมความพร้อมธุรกิจรองรับความต้องการสินค้าและบริการ

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจศักยภาพประเทศไทยและพร้อมลงทุนต่อเนื่อง รองรับการเติบโตทุกด้านของไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอยู่ในช่วง "ขาขึ้น"

"เปรียบเสมือนเครื่องบินบนรันเวย์ที่กำลังเทคออฟสู่น่านฟ้า โดยปี 2563 คาดว่าประชากรไทยจะยกระดับเป็นคนชั้นกลาง มีจำนวนกว่า 50 ล้านคน"

ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์ ได้เตรียมความพร้อมในการทำตลาดสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ รองรับกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคระดับกลาง รวมทั้งขยายช่องทางขายครอบคลุมลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ปัจจุบัน ยูนิลีเวอร์ มีสินค้ากว่า 30 แบรนด์สินค้า ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภคระดับบน กลาง และล่าง ทำให้สามารถเลือกแบรนด์สินค้าที่เหมาะสมในการเจาะผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพบว่าคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์ 6 หมื่นครั้งต่อปี หรือ 1,000 ครั้งต่อคนต่อปี หรือ 3 ครั้งต่อคนต่อวัน

3ปีลงทุนต่อเนื่อง8พันล้าน

ตามแผน 3 ปี (2557-2559) บริษัทได้เตรียมงบลงทุน 8,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ใช้ในปี 2557 สร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ 2,600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ พื้นที่รวม 4.8 หมื่นตร.ม. รองรับพนักงานได้ 1,500 คน ส่วนอีก 2,000 ล้านบาท ใช้สร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ ย่านสุวินทวงศ์ ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว มีพื้นที่รวม 1.4 แสนตร.ม. เป็นพื้นที่เก็บสินค้า 4.7 หมื่นตร.ม.

อีก 1,500 ล้านบาทเป็นการลงทุนก่อสร้างห้องเย็นไอศกรีม เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ต้นปี 2557 บริเวณ ถ.บางนา-ตราด กม.13 คืบหน้าแล้ว 50% เป็นการรองรับการเติบโตของตลาดไอศกรีม มีแนวโน้มขยายตัวสูง เนื่องจากคนไทยบริโภคไอศกรีมน้อยมาก หรือ 800 กรัมต่อคนต่อปี เทียบประเทศอื่นๆ บริโภค 13 ลิตรต่อคนต่อปี

ในปี 2558 ใช้งบดำเนินการ 2 โครงการ ได้แก่ การขยายโรงงานผลิตเครื่องใช้ส่วนบุคคลชนิดเหลวมูลค่า 1,200 ล้านบาท ตั้งอยู่ย่านมีนบุรี คาดแล้วเสร็จต้นปี 2558 เงินลงทุนอีก 700 ล้านบาท ใช้ขยายโรงงานผลิตอาหาร ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ คาดแล้วเสร็จในปี 2559

ชู5กลยุทธ์หนุนโตยั่งยืน

การเติบโตทางธุรกิจของยูนิลีเวอร์อยู่ภายใต้กรอบแผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน เป็นกลยุทธ์ที่ยูนิลีเวอร์นำมาใช้ ตั้งแต่ ปี 2553 ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินธุรกิจที่ยูนิลิเวอร์ทั่วโลกยึดเป็นแนวทาง โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การสร้างความรักความผู้พันธ์ต่อแบรนด์ เน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง เน้นทำตลาดในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน การขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

การสร้างความร่วมมือระหว่างยูนิลิเวอร์กับคู่ค้า ที่จะทำให้เกิดแผนการทำงานร่วมกันในทุกช่องทางทั้งโมเดิร์นเทรดและร้านค้าปลีก การส่งเสริมและสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนไทยให้มีความสามารถในการหาประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ เพื่อให้มีความทัดเทียมในระดับนานาชาติ และปฏิบัติการเป็นเลิศในทุกๆ วัน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่กระตือรือร้น โดยเน้นโฟกัสที่เป้าหมายเพื่อผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้กลยุทธ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

หวังรายได้โตเท่าตัวปี 63

ขณะทื่ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมีการเติบโตแต่ไม่หวือหวา การแข่งขันของตลาดยังคงเน้นที่ราคาสินค้าและโปรโมชั่นเป็นหลัก ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

"เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผู้บริโภคยังต้องซื้อสินค้าเพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่อาจได้รับผลกระทบบ้างในระยะสั้น อาทิ ใช้สินค้าขนาดเล็กลงรวมถึงซื้อสินค้าที่ถูกลง"

ด้านแผนการตลาดในต่างประเทศนั้น มองว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ไทยจะได้เปรียบทำให้มีความมั่นใจว่าไทยจะเป็นตลาดหลักในการเติบโตของยูนิลีเวอร์ ปัจจุบันมีการจัดตั้งสำนักงานในต่างประเทศ อาทิ พม่า เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยส่งออกสินค้าไปจำหน่ายกว่า20 ประเทศ ครบคลุมทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน หรือปริมาณเฉลี่ย 1 แสนตันต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเส้นผมที่มีการเติบโตสูงในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงกลุ่มผงซักฟอกที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคต

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต "เท่าตัว" จากมูลค่า 4 หมื่นล้านบาทในปี 2556 เพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาทในปี 2563 เป็นไปตามแผน 10 ปีที่วางไว้ นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 19 ของยูนิลีเวอร์ทั่วโลก