คาดกำไร 3Q57 ทรงตัว
เดินเครื่องเต็มกำลังผลิต หนุนกำไร 3Q57 ทรงตัวในระดับสูง
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q57 อยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท (+3%QoQ) แม้จะมีรายได้ขายไฟฟ้าเพิ่ม เนื่องจากไม่มีหยุดซ่อมเหมือน 2Q57 ที่ผ่านมา (ซ่อมโรงไฟฟ้า RATCH (RG) ระหว่าง 18 พ.ค. – 8 ก.ค.) แต่บริษัทจะไม่มีรายการพิเศษ จำนวน 306 ล้านบาท (ยกเลิกรายได้ประมาณการหนี้สินค่าพัฒนาโครงการ 306 ล้านบาท ของ RAC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในออสเตรเลีย) ซึ่งเกิดขึ้นใน 2Q57 ที่ผ่านมา ทำให้กำไรสุทธิ 3Q57 ทรงตัว QoQ เท่านั้น
PDP ใหม่ เราคาดว่าจะสามารถประกาศได้ภายใน 1Q58
เราเชื่อว่าการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) จะแล้วเสร็จภายใน 1Q58 (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์) โดยเรายังมุมมองเดิมต่อแผนฯ ดังกล่าว เชื่อว่าความต้องการโรงไฟฟ้าใหม่ และการการพยากรณ์ความต้องการโรงไฟฟ้าใหม่ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเติบโต 4% ต่อปี ใกล้เคียงกับแผนเดิม ขณะที่การกระจายความเสี่ยงเรื่องเชื้อเพลิงในการผลิตยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากจะเป็นการลดการพึ่งพาก๊าซฯ ในการผลิต ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ ยังคงมีต้นทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับถ่านหิน รวมทั้งความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ ในกรณีที่ไม่สามารถหาพื้นที่สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ
ปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่มเป็น 68 บาท
บริษัทลงทุนเพิ่มใน 2 โครงการทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ (1) โรงไฟฟ้า SPP ขนาด 100 เกมะวัตต์ (RATCH ถือหุ้น 35% ร่วมกับบริษัทน้ำตาลราชบุรี) มีสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) กับ EGAT เป็นเวลา 25 ปี และ (2) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ขนาด 33 เมกะวัตต์ (RATCH ถือหุ้น 60% ร่วมกับบริษัท เชาว์ สตีล) ทั้ง 2 โครงการจะเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2562 เราประเมินว่าจะทำให้มูลค่าเหมาะสมของ RATCH เพิ่ม 2 บาท (มูลค่าโรงไฟฟ้า SPP อยู่ที่ 0.76 บาท และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น อยู่ที่ 1.14 บาท) ทำให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มเป็น 68 บาท (จากเดิม 66 บาท)
โดดเด่นสุดในกลุ่มผลิตไฟฟ้า แนะนำ “ซื้อ”
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2558 – 2560 เติบโต 12% ต่อปี มากสุดในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า จากกำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความชัดเจนของแผน PDP จะเป็นประเด็นเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน นอกจากนี้การลงทุนใน RATCH ยังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 4% ต่อปี และมี Upside ของราคาหุ้นมากถึง 16% จากมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินไว้ที่ 68 บาท (DCF,G2% WACC ที่ 8.3%) รวมมูลค่าของโครงการ SPP ในประเทศ และโรงไฟฟ้า Solar ในญี่ปุ่น ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม






