คาดแรงขายมีโอกาสที่จะชะลอตัวลงเพื่อรอปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน
วันจันทร์ตลาดหุ้นไทยปิดลบแรง ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,543.13 จุด ลดลง 27.15 จุด(-1.73%) มูลค่าการซื้อขาย 55,460.91 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 184.15 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กฯ คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,520-1,569 แรงขายจากความไม่มั่นใจปัจจัยภายในในลักษณะของPanic กดดันตลาดให้มีการปรับลงแรง คาดส่วนหนึ่งเกิดจากTrigger Fund (เมื่อวานสถาบันขายสุทธิ 3,009 ล้านบาท) ขายลดความเสี่ยง ติดตามBOJเปิดเผยมติการประชุมนโยบายการเงิน ตลาดคากว่าจะยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินเชิงรุก ในขณะที่ SET50 ระยะสั้นมีแนวรับSMA25วัน 1,030 และมีความเสี่ยงของการทดสอบแนวรับจุดต่ำแท่งเทียน 1,012 อาจมีการกลับตัวขึ้นทางเทคนิคหากปรับลงแรง GFV14 เก็งกำไรในกรอบ 18,570-18,980 GFZ14 เก็งกำไรในกรอบ 18,630-19,040
กลยุทธ์ การปรับตัวลงแรงของตลาดได้ตอบรับปัจจัยลบไว้ในระดับหนึ่ง คาดแรงขายมีโอกาสที่จะชะลอตัวลงเพื่อรอปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน และคาดจะมีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามาตามลำดับแนวรับ 1,537 / 1,520 เป็นการเข้าซื้อระยะสั้น ในขณะที่ภาพระยะกลางปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลงทางลบ กลุ่มธนาคาร ยังคงราคาพื้นฐานไว้ และคาดผลประกอบการไตรมาส3ยังคงประมาณการ BBL KBANK TMB ลงแรงเข้าซื้อถือหรือซื้อเก็งกำไร กลุ่มสื่อสาร TRUE ADVANC กลุ่มรับเหมา CK STEC หุ้นรายหลักทรัพย์ DELTA SST ระยะกลาง ปรับลงแรงซื้อเพิ่มเล็กน้อย
หุ้นแนะนำพิเศษ
PTT (ปิด 370 ซื้อเป้าปี 58: 400) รับอานิสงส์กระทรวงพลังงานปรับเพิ่มราคาขายปลีก NGV ขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 10.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 11.50 บาทต่อกิโลกรัมมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.57 การปรับขึ้นราคา NGV จะทำให้ PTT มีผลขาดทุนจากธุรกิจ NGV ลดลงหรือทำให้กำไรสุทธิรวมของ PTT เพิ่มขึ้นประมาณ 1% ในปีนี้และ3% ในปี 58 เพื่อสะท้อนคาดการณ์ดังกล่าวเราจึงปรับเพิ่มประมาณการณ์กำไรสุทธิปีนี้ขึ้น 1% เป็น 107,800 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14%yoy และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 58 ขึ้น 3% เป็น 114,385 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6%yoy
หุ้นเด่นรายวัน
SMIT(ปิด 4.48 ซื้อเก็งกำไร) อยู่ระหว่างการศึกษาทำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ขนาด 1-2 เมกะวัตต์ คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 80-90 ล้านบาท โดยใช้พื้นที่หลังคาโกดังสินค้าที่บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 7 โรง มีพื้นที่หลังคาประมาณ 1.5 หมื่นตารางเมตร คาดว่าจะสรุปได้ในต้นปี 2558 ทั้งนี้การผลิตกระแสไฟฟ้าดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนด้านไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิตของบริษัทปรับลดลงหนุนความสามารถในการทำกำไรปรับตัวสูงขึ้น (ที่มา:ทันหุ้น)
GOLD (ราคาปิด 7.9 ซื้อเก็งกำไร) สนใจซื้อ KLAND ชงบอร์ดอนุมัติกลางต.ค.นี้ด้านผลประกอบการผู้บริหารคาดยอดขายปีนี้จะทะลุเป้า 3 พันล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ทำยอดขายได้แล้ว 3.5 พันล้านบาท ส่วนยอดโอนทั้งปีน่าจะทำได้ราว 2.3 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ 2.2 พันล้านบาท ปัจจุบันมียอดโอนแล้ว 1.3 พันล้านบาท และจะทยอยโอนภายใน 4Q57 อีกราว 1 พันล้านบาท
BTS (ราคาปิด 9.90 ซื้อ ) สวอปหุ้นบริษัทลูก 2 บริษัทคือบีทีเอส แอสเสทส์และก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทกับหุ้นของ NPARK (ราคาปิด 0.06 ซื้อเก็งกำไร) จำนวน 213,000 หุ้นรวมวอแรนท์และเงินสด คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 37.06% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบกิจการ(Due diligence) ซึ่งคาดจะเสร็จสิ้นเดือนพ.ย. 57 (ตลท.ปลด SP หุ้น NPARK เช้านี้หลังเปิดเผยข้อมูลครบถ้วน)
ปัจจัยบวก
+วานนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คนแล้ว
+ภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ 3 ราย ได้แก่ บริษัทซีเกท เทคโนโลยี บริษัท ไฟเซอร์ อิงค์ และบริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป อิ๊งค์ (AIGจี) ต้องการเข้าพบ นายสมหมายภาษี รมว.คลัง และนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าธปท.ระหว่างการเดินทางออกไปโรดโชว์ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งอเมริกา เมอร์ริล ลินช์และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ณ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐ ในวันที่ 8 ต.ค. ว่า เบื้องต้นกระทรวงการคลังคงจะเข้ารับฟังแนวคิดของกลุ่มธุรกิจดังกล่าวที่มีการลงทุนในไทยอยู่แล้ว ว่า มีข้อเสนอและอุปสรรคที่นักลงทุนต่างชาติยังเห็นว่าเป็นปัญหาในการขยายการลงทุนเพิ่ม เพื่อนำข้อเสนอดังกล่าวมาหารือกันต่อไป
+มูดีส์ฯเปิดเผยว่าการที่จีนผ่อนคลายเงื่อนไขในการปล่อยกู้จำนอง จะส่งผลดีต่อบรรดาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในการช่วยบรรเทาแรงกดดันช่วงขาลงต่อยอดขายอสังหาริมทรัพย์ได้บางส่วน ในการขอสินเชื่อจำนองง่ายขึ้นและต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลง แต่ภาคที่อยู่อาศัยจะยังคงมีแนวโน้มในเชิงลบ ทั้งนี้ การวิเคราะห์ของมูดีส์ฯมีขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศมาตรการต่างๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งจะผ่อนคลายเงื่อนไขในการปล่อยกู้สำหรับผู้ซื้อบ้านชาวจีน ขณะที่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัวลงในเดือนม.ค.57
+การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)เปิดเผยว่าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วงเงินประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาทอยู่ระหว่างพิจารณาคุณสมบัติกลุ่มบริษัทเอกชนทั้ง 5 รายที่ยื่นซองประกวดราคาซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จเดือนต.ค.นี้ คาดการพิจารณาซองเทคนิคแล้วเสร็จเดือนพ.ย. 57 และเปิดซองราคาเดือนธ.ค.57 โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัทที่ชนะการประกวดราคาเดือนมิถุนายน 2558 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้
ปัจจัยลบ
-สถานการณ์ในอิรักที่ยังตึงเครียดกดดันตลาดหุ้นต่างประเทศ
-สถานการณ์ในฮ่องกงยังไม่คลี่คลาย เยอรมนีรายงานคำสั่งซื้อภาคโรงงานในเดือนส.ค.หดตัวลง 5.7% โดยร่วงหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2552 และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลง 2.5% ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจเยอรมนีจะชะลอตัวลง
-กระทรวงการคลังเตรียมปรับลดเป้า GDP เหลือต่ำกว่า 2% แต่มากกว่าที่ธปท.คาดไว้ที่ 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2% (1.5 – 2.5%) รวมถึงปรับลดเป้าอัตราการเติบโตของตัวเลขส่งออกจากเดิม 1.5% เหลือ 0-0.5% ยอดส่งออกครั้งสุดท้ายสำหรับปี 57 ที่ยังไม่ฟื้นมากนัก เนื่องจากประเมินว่าส่งออกล้มเหลวอย่างหนัก โดยยังมีลุ้นว่าแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจดันปี 58 โตถึง 5%
-ธนาคารโลกประกาศปรับลดคาดการณ์เป้าหมาย GDP ของจีนเหลือ 7.4% ในปี 2557 และ 7.2% ในปี 2558 ขณะที่จีนเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาความเปราะบางทางการเงินและข้อจำกัดต่างๆ









