SET จะรีบาวน์เพื่อสร้างฐาน
SET View
แนวโน้มวันนี้คาด SET มีโอกาสรีบาวน์ในกรอบ 1560-1580 จุด และมีโอกาสจบรอบรีบาวน์ทุกเมื่อ(1) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.ย.ของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง จะสนับสนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และกดดันจิตวิทยาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ไม่ใช่สกุลดอลลาร์สหรัฐ(2) การ Preview งบ 3Q57 ธนาคารขนาดใหญ่ (BBL KBANK SCB) สัปดาห์ที่ผ่านมาคาดว่าภาพรวมไม่ได้แตกต่างจาก 2Q57 มากนัก ผลจากการชะลอตัวของสินเชื่อ ขณะที่ Valuation ณ ปัจจุบันยังคงตึงตัวเมื่อเทียบกับสิบสองเดือนที่ผ่านมาไม่สนับสนุนการเพิ่มพอร์ตของนักลงทุนระยะกลาง-ยาว และเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไรระยะสั้น (3) ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ทิศทางขาลงและปรับลดลงเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกันจะคงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน (4)นักลงทุนต่างชาติและสถาบันขายสุทธิสองวันติดกันกดดันจิตวิทยาการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วันยืนเหนือ 1560 จุดได้ให้ทยอยซื้อสะสมรอไปขายช่วงรีบาวน์
(1) Top Daily Pick : RS (สัปดาห์นี้จะเริ่มแจกคูปองทีวีดิจิทัลราคาหุ้นยังคง laggardWORK ที่ได้ประโยชน์จากการมีช่องทีวีดิจิทัลเป็นของตนเองเช่นเดียวกัน)JAS (คาดผลประกอบการ 3Q57 โต 17%YoYผลจากฐานลูกค้าขยายตัว ราคาหุ้นปัจจุบันเริ่มสะท้อนกรณีพิพาทกับ TT&T ไปแล้ว)
(2) Technical Pick :MINT ARIP TFI MC SVOA
(3) Theme Play : กลุ่มสื่อสารนำตลาดที่คาดผลประกอบการ 3Q57 ออกมาดี (ADVANC DTAC INTUCH THCOM) กลุ่มนิคม/ชิ้นส่วนรถยนต์ที่จะได้ประโยชน์จากบอร์ดบีโอไออนุมัติโครงการอีโคคาร์ 2 (AMATA HEMRAJ TICON AH SAT) กลุ่มอสังหาฯประเภทสร้างบ้านที่มีปัจจัยบวกรออยู่ช่วง 4Q57 จากยอดขายล่วงหน้าที่ยังเติบโตรวมถึงการเปิดโครงการใหม่ (PS SPALI QH LPN) หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ได้อานิสงค์หากยกเลิกกฎอัยการศึกบางพื้นที่(AOT ERW MINT CENTEL) หุ้นบางตัวในกลุ่มที่เราแนะนำ “ซื้อ” และมี upside มากกว่า 20% จากมูลค่าเหมาะสม (GRAMMY SST MC SMPC AH RS SVI HANA)
รายงานวันนี้ Comment : AP (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 7.90 บาท) ยอดขาย 3Q57 เติบโตเป็นประวัติการณ์ Update : PTT (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 379 บาท) เป็นบวกจากการปรับราคา NGV Preview : JAS (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 8.15 บาท) ผลการดำเนินงานธุรกิจหลักเติบโตดี Update :กลุ่มยานยนต์ (น้ำหนักการลงทุน / มากกว่าตลาด) บีโอไออนุมัติอีโคคาร์อีก 5 ราย Comment :กลุ่มนิคมฯ (น้ำหนักการลงทุน / เท่าตลาด) อีโคคาร์เพิ่มอีก 5 ราย
กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ (6-10 ตุลาคม)
• สัปดาห์นี้คาด SET จะแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบ 1560-1590 จุด โดยอาจเห็นการรีบาวน์ทางเทคนิคสั้นๆบ้างแต่เรายังไม่ให้น้ำหนักที่ SET จะกลับเป็นขาขึ้นในเร็วๆนี้เพราะยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆและยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่กดดันอยู่หาก SET ปิดต่ำกว่า 1560 จุด จะจบรอบการรีบาวน์
• ประเด็นสำคัญ(1) วันที่ 7 ต.ค. รัฐบาลจะพิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกหากยกเลิกได้จริงจะหนุนจิตวิทยาการลงทุนของธุรกิจขนส่ง/ท่องเที่ยว (2) หุ้น PTT ปรับตัวขึ้นรับข่าวการปรับโครงสร้างราคาพลังงานไปแล้ว ขณะที่การปฏิรูปเพื่อแก้ไขการผูกขาดจะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวจึงเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไรในระยะสั้น(3)การ Preview งบ 3Q57 ของกลุ่มธนาคารในสัปดาห์นี้ คาดว่าการเติบโต (ถ้ามี) จะเพิ่มจาก 2Q57 ไม่มาก ขณะที่ Valuation ค่อนข้างตึงตัว (4) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (2.48 แสนตำแหน่งดีกว่าคาดการณ์ที่ 1.92 แสน) และอัตราการว่างงาน(5.9% ดีกว่าคาดการณ์ 6.1%)เดือน ก.ย.ของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาดสนับสนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และกดดันจิตวิทยาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ไม่ใช่สกุลดอลลาร์สหรัฐ (5) การไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกจาก ECB และ Package กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปจากที่คาดจะไม่ส่งผลให้มีการทำ Euro Carry Trade(เงินไหลออกจากยุโรปมาลงทุนใน Emerging markets เช่นไทย) (6) SET ระดับปัจจุบัน (16.5x P/E’57 ) ไม่ถูกไม่เอื้อต่อการเพิ่มพอร์ตของนักลงทุนระยะกลาง-ยาว(7) ทางเทคนิค SET จะกลับมาเป็นขาขึ้นระยะสั้นได้ก็ต่อเมื่อกลับไปปิดเหนือ 1590 จุด(เส้น MA 10 วัน) ส่วนภาพทางเทคนิคระยะยาว SET ยังคงเป็นขาขึ้นรอบใหญ่หากยังคงกลับมายืนเหนือ 1550 จุด บริเวณ Low bound ของกรอบUptrend channel (1550-1650 จุด)และหากยืนได้ จะมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบHigh boundบริเวณ 1650จุดในระยะถัดไป
• กลยุทธ์การลงทุน ยืนเหนือ 1560 จุดได้ให้ทยอยซื้อสะสมรอไปขายช่วงรีบาวน์หากปิดต่ำ Low bound ของUptrend channel ที่ 1550 จุดให้ขายและกลับมาถือเงินสดเน้นลงทุนใน(1)กลุ่มสื่อสารนำตลาดที่คาดผลประกอบการ 3Q57 ออกมาดี (ADVANCDTAC INTUCH THCOM) (2)กลุ่มอสังหาฯประเภทสร้างบ้านที่มีปัจจัยบวกรออยู่ช่วง 4Q57 จากยอดขายล่วงหน้าที่ยังเติบโตรวมถึงการเปิดโครงการใหม่ (PS SPALI QH LPN) (3)กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยฤดูกาลและเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเทียบสกุลดอลลาร์สหรัฐ (DELTA HANA KCE SVI)(4)หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้อานิสงค์จากปัจจัยฤดูกาล มาตรการกระตุ้นภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะหากมีการยกเลิกกฎอัยการศึกบางพื้นที่ (AOT ERW MINT CENTEL)(5)หุ้นบางตัวในกลุ่มที่เราแนะนำ “ซื้อ” และมี upside มากกว่า 20% จากมูลค่าเหมาะสม (GRAMMY SST MC SMPC AH RS SVI HANA)






