กนง.ห่วง'ส่งออก'ทรุดยาว ฉุดเศรษฐกิจปี2558โตต่ำคาด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุม ฉบับย่อย ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้ามีแนวโน้มโตต่ำกว่าคาด จากภาคส่งออกที่ยังอ่อนแอ มีรายละเอียด ดังนี้
คณะกรรมการ กนง. ประเมินว่า พัฒนาการทางการเมืองที่ดีขึ้นส่งผลให้ความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัว และข้อมูลในเดือนก.ค.ชี้ว่า ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและธุรกิจปรับดีขึ้นต่อเนื่อง จากแรงสนับสนุนของนโยบายรักษากำลังซื้อของภาครัฐและรายได้นอกภาคเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐเริ่มมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดด้านการผลิตและปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกสินค้ามากกว่าที่คาด โดยการส่งออกสินค้าแม้จะเริ่มฟื้นตัวแต่เป็นไปอย่างช้าๆ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังต้องใช้เวลาก่อนจะปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติ ส่วนอัตราเงินเฟ้อชะลอลงตามราคาอาหารสดและพลังงาน และการส่งผ่านต้นทุนก๊าซหุงต้มไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยหมดลง
ศก.ไทยปี58แนวโน้มโตต่ำคาด
สำหรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจ คณะกรรมการฯ ประเมินว่าในปี 2557 และ 2558 เศรษฐกิจไทยจะสามารถขยายตัวได้ที่ 1.5% และ 4.8% ตามลำดับ โดยในปี 2557 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับประมาณการเดิม จากแรงสนับสนุนของอุปสงค์ภายในประเทศที่จะช่วยชดเชยการส่งออกสินค้าและบริการที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ขณะที่ในปี 2558 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ได้ประเมินไว้บ้าง จากการส่งออกที่มีแนวโน้มอ่อนแอและยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้แต่ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม สำหรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงจากประมาณการเดิมตามแรงกดดันด้านต้นทุนที่น้อยลงเป็นสำคัญ ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะข้างหน้าทรงตัวใกล้เคียงเดิม
คณะกรรมการฯ ประเมินว่าภาพรวมของเสถียรภาพทางการเงินปรับดีขึ้นจากความเชื่อมั่นของภาคส่วนต่างๆ ที่มีทิศทางดีขึ้น หลังจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงและนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ มีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ โดยในภาคการเงินเริ่มเห็นสัญญาณการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้และ การขอสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นในบางภาคธุรกิจ เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัวหลังจากชะลอในช่วงก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนหนี้สินภาคครัวเรือนต่อจีดีพี แม้ยังอยู่ในระดับสูง แต่เริ่มทรงตัวจากการชะลอลงของการก่อหนี้ใหม่และรายได้ภาคครัวเรือนที่ปรับดีขึ้นบ้าง
ห่วงข้อจำกัดการผลิตฉุดส่งออก
การประชุมในครั้งนี้ กรรมการบางท่านมีความเห็นว่า มองไปข้างหน้าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานอาจเป็นปัจจัยทำให้อัตราการออมของภาคครัวเรือนลดลง และเป็นแรงจูงใจให้ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงบางประเภท ซึ่งยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม และแสดงความห่วงใยถึงปัญหาข้อจำกัดด้านการผลิตที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในระยะต่อไป รวมทั้งเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
คณะกรรมการฯ ประเมินว่าปัจจุบันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระยะเริ่มแรก โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าน่าจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และ แรงกระตุ้นทางการคลังอาจต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลชัดเจน จึงเห็นพ้องถึงความจำเป็นที่นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำและระบบการเงินมีเสถียรภาพ









