ขึ้น XR เป็นจังหวะเข้าลงทุน
ประเด็น
วันนี้ (30 ก.ย.) ขึ้น XR 10:1 @ 13.50 บาท หมายความว่า ผู้ที่ซื้อหุ้น GRAMMY ตั้งแต่วันนี้จะไม่ได้รับสิทธิการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอัตรา 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ที่ราคา 13.50 บาท และมีกำหนดการใช้สิทธิจองซื้อในวันที่ 17-24 ต.ค. โดยการเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ GRAMMY มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท เป็น 700 ล้านบาท
ผลกระทบ / ความเห็น
สิ้นสุดแรงกดดันจากการขึ้น XR ประกอบด้วย (1) แรงขายหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อสำรองเงินไว้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (2) นักลงทุนรายใหม่ยังไม่รีบซื้อหุ้นเพราะไม่อยากจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (3) ราคาขายหุ้นเพิ่มทุนต่ำกว่าราคาหุ้นในกระดาน ซึ่งตั้งแต่วันที่ประกาศเพิ่มทุน (14 ส.ค.) จนถึงวันนี้ หุ้น GRAMMY ปรับตัวลงแล้ว 7% จากระดับราคาที่ 15 บาท
เกิด Price Dilution 0.3% ต้นทุนของผู้ถือหุ้นเดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนวานนี้อยู่ที่ 13.86 บาท เทียบกับราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 13.90 บาท ดังนั้นตามทฤษฎีราคาหุ้น GRAMMY จะปรับตัวลงไม่มากจากการขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันนี้
เกิด EPS Dilution 9% แต่อย่างไรก็ดี เรารวมการเพิ่มทุนครั้งนี้ (และการเพิ่มทุน PP อีก 120 ล้านหุ้น ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 13.50 บาท) เข้าในสมมติฐานการประเมินมูลค่าเหมาะสมหุ้น GRAMMY แล้ว ได้เงินสดจากการเพิ่มทุน 859 ล้านบาท เพื่อนำไปรองรับการลงทุนทีวีดิจิทัลและชำระหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและทำให้สัดส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนลงเหลือ 1.9 เท่า จากเดิมอยู่ที่ 3 เท่า
คำแนะนำ / เหตุผล
มองเป็นจังหวะเข้าลงทุน คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 20.30 บาท เราคาดผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ 3Q57 หลังจากขายธุรกิจเพย์ทีวี (ขาดทุนประมาณ 600 ล้านบาท/ไตรมาส) ที่เป็นตัวฉุดผลประกอบการออกไปตั้งแต่เดือน ก.ค. ทำให้มีผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเริ่มกลับมาโฟกัสในธุรกิจบันเทิงที่มีความถนัด คือ สื่อทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ประกอบด้วย GMM One (HD) และ GMM Channel (SD) ที่มีแผนทยอยลงคอนเทนต์รายการใหม่คุณภาพตั้งแต่ 4Q57 เราเชื่อว่าจากความพร้อมทางด้านบุคคลากรและประสบการณ์ในอดีตของกลุ่มบริษัท (เช่น Exact, Scenario และ GTH เป็นต้น) จะทำให้ GRAMMY เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความโดดเด่นในธุรกิจทีวีดิจิทัล








