วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

"มิสเตอร์ซี" ไอเดียธุรกิจคู่ชุมชน

"มิสเตอร์ซี" ไอเดียธุรกิจคู่ชุมชน

พวกเขาไม่ได้ใส่ใจเพียงการเติบโตของธุรกิจ ทว่าระหว่างทางของการเติบใหญ่ “ชุมชน” ต้องโตไปพร้อมกันด้วย

“เราอยากมีธุรกิจร่วมกัน อยากมีรายได้ที่พอๆ กัน เพื่อจะได้ไปเที่ยวในที่เดียวกัน ขณะที่ก็อยากให้ชุมชนโตไปกับเราด้วย”

นี่คือคอนเซ็ปต์ธุรกิจฉบับ ‘มิสเตอร์ ซี’ (Mr.Sea) ผลิตภัณฑ์ปลาอบกรอบและอาหารกระป๋อง ของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.เอ็ม.เค ฟู้ด ที่สามเพื่อนสนิท ป๊อก-ชัยวิวัฒน์ นาควิเวก, ่ แชมป์-จตุพัฒน์ ฤกษ์สหกุล และ ตั้ม-ปรัตถกร หิรัญรัตน์ แท็กทีมกันก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2555

แม้ปัจจุบันหนึ่งในผู้ก่อตั้งจะถอนตัวออกไป แต่อุดมการณ์แรกเริ่มก็ไม่ได้หล่นหายไปจากใจของพวกเขา

ทั้งสามคนมีฝันอยากทำธุรกิจ แม้จะร่ำเรียนมาต่างสาขา ต่างความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญ ไม่มีใครเรียนมาทางด้านธุรกิจเลยสักคน โดยคนหนึ่งเรียน การจัดการการโรงแรม สองคนหลังเรียนวิศวะโยธา และรัฐศาสตร์ ความเก่งระดับ “เกียรตินิยม”

จุดร่วมที่ทุกคนมีตรงกัน ก็คือ การเป็น “ชาวตราด” จังหวัดเล็กๆ ทางภาคตะวันออก เติบโตและผูกพันมากับบ้านเกิดของพวกเขา

พอมาคิดว่า จะทำธุรกิจอะไรดี ก็เลยคิดถึงผลิตภัณฑ์ในชุมชนเป็นโจทย์แรก ที่มาของการเลือก “ปลาอบกรอบ” สินค้าของฝากจังหวัดตราด ที่ยังมีจุดอ่อนคือ รสชาติไม่หลากหลาย ติดกับแค่ตลาดของฝากและกลุ่มผู้สูงอายุ จึงคิดมายกระดับสู่ “ขนมขบเคี้ยว” ที่ทานง่าย ทานสนุก รับตลาดคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น วัยทำงาน และขายผ่านช่องทางระดับโมเดิร์นเทรด และคอนวีเนียนสโตร์

“เราใช้วิธีไปให้ชุมชนปรับปรุงคุณภาพ และรสชาติ ของปลากรอบเพื่อให้เป็นแบบที่เราต้องการ โดยจะรับซื้อเขาในราคาที่สูงกว่าปกติ และมีการรับซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเขา”

นี่คือแนวทาง “เติบโตไปพร้อมกับชุมชน” หนึ่งจุดยืนที่ตั้งใจไว้แต่ต้น ที่มาของปลาอบกรอบแบรนด์ “มิสเตอร์ ซี” (Mr.Sea) พร้อมรสชาติเพื่อคนรุ่นใหม่ อย่าง ปลาเกล็ดขาวอบกรอบรสคลาสสิก ปลาแอนโชวี่อบกรอบรสคลาสสิก และรสฮ็อต แอนด์ สไปซี่ ขณะที่บรรจุภัณฑ์ก็ปรับให้ดูทันสมัยขึ้น ไม่ใช่แค่สวยเข้ายุค ทว่ายังใช้นวัตกรรมที่ช่วยยืดอายุสินค้าให้มากขึ้นด้วย

เป็นคนรุ่นใหม่ เพิ่งจบการศึกษา มีประสบการณ์ในเวทีธุรกิจเท่ากับ “ศูนย์” แถมยังไม่มีความรู้ทางธุรกิจมาเลย แล้วจะไปเอาความรู้จากไหนมาเดินหน้าธุรกิจ พวกเขาบอกว่า แม้เป็นคนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้มี “อีโก้” แต่รู้ตัวดีว่า ยังมีอะไรอีกมากที่ไม่รู้ จึงเริ่มเข้าหาหน่วยงานที่จะช่วยเติมเต็มความรู้ให้ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการพันธุ์เล็ก อาทิ หอการค้าไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ เหล่านี้เป็นต้น

เลยเป็นที่มาของ สินค้าที่ดี แตกต่าง มีเอกลักษณ์ ในบรรจุภัณฑ์ที่พร้อม ได้ลองไปออกบูธทั้งในและต่างประเทศ ขยับขยายโอกาสจากสินค้าในจังหวัด ไปวางขายในโมเดิร์นเทรด และคอนวีเนียนสโตร์ชื่อดัง สร้างภาพลักษณ์และการเป็นที่รู้จักให้กับแบรนด์น้องใหม่ รวมทั้งส่งไปขายไกลถึง อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา จีน ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ด้วยการสนับสนุนและช่วยเหลือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งสิ้น

“การที่เราจะไปเองยากมาก และค่าใช้จ่ายก็จะสูงมากด้วย ก็ต้องไปหาหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีอยู่เยอะมากและพร้อมให้การช่วยเหลือ แต่คนรุ่นใหม่บางทีก็จะมีอีโก้ ปากหนักไม่กล้าถาม แต่พวกผมเข้าหาหมด เอาความเป็นเด็กเข้าหา ให้ผู้ใหญ่เอ็นดู ไม่รู้ก็ถาม ก็ได้รับความช่วยเหลือมาโดยตลอด”

พวกเขาบอกว่า แม้หุ้นส่วนบางคนจะเรียนจบระดับเกียรตินิยม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะรู้ทุกอย่าง หรือรู้มากกว่าคนอื่น แม้แต่การที่เป็นคนรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยีคล่องแคล่ว ก็ไม่ได้หมายความว่า จะแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองได้

“สิ่งที่เราหาได้เอง อย่างบทความต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต ก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ประสบการณ์กับความรู้จากผู้รู้นั้น มีเยอะกว่านั้นมาก”

และนั่นคือเหตุผลของการทำธุรกิจที่ต้องเปิดกว้าง และรับทุกอย่างที่เป็นความรู้และโอกาสเข้ามาหาตัวพวกเขา

จากปลาอบกรอบ ก็ขยายไปสู่โอกาสใหม่ๆ อย่าง ปลากระป๋องแบรนด์ “เจ้าสมุทร” หลังจากที่ธุรกิจของครอบครัวหุ้นส่วนรายหนึ่งทำแพปลาทูอยู่ จึงมีวัตถุดิบที่สด และควบคุมคุณภาพได้ เมื่อไปเจอกับโรงงานที่พร้อมผลิตให้ จึงกลายเป็นโอกาสธุรกิจใหม่ของพวกเขา

การมาถึงของผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ไม่ได้ทิ้งจุดยืนเดิม นั่นคือ ยังเป็นของดีในจังหวัด ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและฉีกตัวเองจากตลาด ด้วยการทำรสชาติแบบภาคตะวันออกขนานแท้ เพื่อชูความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน อย่าง ปลาทูกระป๋องรสซอสกระเทียมพริกไทย และรสซอสต้มเค็ม ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่าง และขายในราคาปลากระป๋องพรีเมียมได้

“อาหารกระป๋องส่วนใหญ่เขาจะใช้วัตถุดิบซึ่งเป็นเกรดที่ขายสดไม่ได้แล้ว เป็นของเหลือ เลยเอามาทำอาหารกระป๋อง แต่พวกเราคิดต่าง คือ จะคัดเอาของดีๆ มาทำ เป็นปลาทูสดๆ จากภาคตะวันออก แล้วตั้งราคาขายในเกรดเดียวกับปลากระป๋องที่ค่อนข้างพรีเมี่ยม คือกระป๋องละ 35 บาท เพื่อยกระดับขึ้นมา” พวกเขาบอกจุดยืน

ผลิตภัณฑ์ที่ดี ตอบสุขภาพของคนทาน ทั้งยังมีโอกาสในตลาดใหม่ๆ และนำรายได้กลับสู่ชุมชนได้อีกด้วย เขาบอกว่า การทำธุรกิจสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้ โดยการช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน แหล่งสินค้าคุณภาพของพวกเขา จากการรับซื้อในราคาที่สูงขึ้นจากเดิม และรับซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมียอดซื้อที่แน่นอน จึงเป็นรายได้ต่อเนื่องให้กับคนในชุมชน กลายเป็นความยั่งยืนของธุรกิจคู่ชุมชน

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ ถึงต้องใส่ใจการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน เขาบอกว่า เพราะสังคมที่พวกตนเติบโตมานั้น ปลูกฝังให้ต้องเอื้อเฟื้อและนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอ

“จังหวัดตราดจะเป็นจังหวัดที่เล็กมาก มี ส.ส.แค่คนเดียว เพราะฉะนั้นเราจะมีปฏิสัมพันธ์กันค่อนข้างสูง อย่างเวลามีงานต่างๆ ก็จะเจอแต่หน้าเดิมๆ ญาติๆ กันทั้งนั้น เป็นอะไรที่ทั่วถึงกันหมด ซึ่งลักษณะนิสัยหนึ่งของคนตราด คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อย่าง ผู้ใหญ่ชอบทำขนม ทำอาหารมาแบ่งให้เด็กๆ ไม่ว่าจะไปงานไหน ก็จะมีของมาให้ ไปชุมชนไหนก็มักจะแถมขนมโน่นนี่ให้ตลอด กลายเป็นความเคยชิน ที่เราเองก็ไม่รู้สึกกระดากเวลาจะทำอะไรแบบนี้ เป็นเรื่องดีๆ ที่พวกผมจดจำกันมา และเอามาใช้กับการทำธุรกิจในวันนี้”

พวกเขาบอกที่มาของวิถีการค้า ที่ต้องคิดถึงสังคมด้วย

ยังมีแผนงานให้เติบโตไปตามกำลังและพลังของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเขาบอกว่า อาหารไทยยังเป็นที่นิยมและยอมรับของลูกค้าต่างประเทศ สังเกตได้จากการไปออกบูธแต่ละครั้ง จะเห็นความสนอกสนใจของลูกค้า เรียกว่า แค่รู้ว่าอาหารไทย ได้ลองชิมแล้วชอบ ก็จะซื้อทันที และนี่คือโอกาสของสินค้าจากทะเลไทย เจ้าของสโลแกน ‘มิสเตอร์ ซี ..เสิร์ฟสิ่งดีดีจากทะเล’ ที่จะไปเติบใหญ่ได้อีกมากในตลาดนอกบ้าน

ด้วยการเติบโตที่ไม่โดดเดี่ยว แต่สังคมก็ต้องโตไปพร้อมกับพวกเขาด้วย