วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เกาะติดธุรกิจใหม่ ABC พลิกฐานะได้จริงหรือ?

เกาะติดธุรกิจใหม่ ABC พลิกฐานะได้จริงหรือ?

แม้ยังเปิดโครงสร้างธุรกิจฉบับเต็มต่อหน้าสาธารณะไม่ได้ แต่ 'ปรเมษฐ์ รังรองธานินทร์'ชื่อมั่นธุรกิจ E-Business

Who are you!!

ตั้งแต่เกิดดีลเครือสหพัฒน์แอนด์เดอะแกงค์ขาย หุ้น แอสเซท ไบร์ท หรือ ABC ชื่อเดิมบมจ.บางกอกไนล่อน หรือ BNC ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงเท้าทั้งใน-นอกประเทศ และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ยกล็อต 68.57 เปอร์เซ็นต์ ราคา 19.40 บาท ให้กับ “ปรเมษฐ์ รังรองธานินทร์” เมื่อเดือนก.ย.2556

ราคาหุ้น ABC ก็พุ่งขึ้นชนิดไร้ปัจจัยพื้นฐานรองรับ

มีเพียงสตอรี่เลิกทำธุรกิจเดิม เตรียมเปิดธุรกิจใหม่ นั่นคือ ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Business) ภายใต้ชื่อ เอบีซี พอยต์ (abc point) ซึ่งเป็นธุรกิจการซื้อขายสินค้าบนโลกออนไลน์และบริการพอยต์ โดยบริษัทอ้างว่าเป็นนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดคิดค้นได้ ธุรกิจใหม่ดูจะเข้ากับกระแสอีคอมเมิร์ซบูมในเมืองไทย

ตั้งแต่ “ปรเมษฐ์” นั่งแท่นหุ้นใหญ่ควบคู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ราคาหุ้น ABC ทะยานจาก “จุดต่ำสุด” 2.12 บาท (พาร์ 1 บาท) ตัวเลข ณ วันที่ 22 พ.ค.2557 มายืน “จุดสุงสุด” 63.50 บาท (พาร์ 1 บาท) ตัวเลข ณ วันที่ 21 ส.ค.2557 ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายเฉลี่ย 5.35 บาท (พาร์ 0.10 บาท) บริษัทประกาศแตกพาร์จาก 1 บาท เป็น 0.10 บาท ในวันที่ 22 ส.ค.2557

ครอบครองหุ้น ABC ได้ไม่นาน “ปรเมษฐ์” ปฎิบัติการณ์ทยอยขายหุ้นออกตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ก.ย.2557 ประมาณ 27 ล้านหุ้น ราคาสูงสุด (พาร์ 1 บาท) 18.98 บาท ต่ำสุด 3.84 บาท “ปรเมษฐ์” แจกแจงเหตุผลของการขายหุ้นครานั้นว่า ต้องการลดความร้อนแรงของราคาหุ้น ABC

บุคคลต้นคิดอยากทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์? คือใคร “ตุ้ย-กันตพร ทองมั่น” รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.แอสเซทไบร์ท อาสาไขความลับให้ “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week” ฟังว่า “เกิดจากเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำงานใน ABC พูดขึ้นกลางวงเหล้าว่า ใกล้สิ้นปีแล้วทำไมบัตรเครดิตไม่โทรมาบอกเรื่อง POINT สักที ทำกันเองดีมั้ย เราเห็นไอเดียดีจึงไม่รอช้า”

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในเมืองไทยมีมูลค่า “หลายแสนล้านบาท” แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ใครเป็นเจ้าตลาด เพราะใครๆ ก็เข้ามาทำธุรกิจนี้กันหมด หลังพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไป รถติดหนักทำให้การขายสินค้าบนโลกออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น

ธุรกิจใหม่ของ ABC จะใช้เวลาคุ้มทุนนานแค่ไหน เธอ บ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถาม ก่อนทนแรงตื้อไม่ไหว “คงใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน” หากทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จเราจะไม่ยอมถอยอย่างเด็ดขาด วันนี้เรามีแผนหนึ่งแผนสองรองรับไว้หมดแล้ว เพราะธุรกิจนี้มาร์จิ้นดีมากตั้งแต่ 0-30 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่ที่ว่าจะผลักดันสินค้าไหนออกสู่ตลาด วันนี้เรามีสินค้าพร้อมขายกว่า 200 รายการ

ถือหุ้นใหญ่ ABC เป็นการลงทุนส่วนตัวหรือเป็นนอมินีของใคร สิ้นเสียงคำถาม “ปรเมษฐ์ รังรองธานินทร์” สวนกลับทันทีว่า“ก่อนตอบช่วยเอากล้องลงได้มั้ย (ยิ้ม) ผมไม่ชอบออกทีวี ไม่ใช่อะไรนะ แค่อยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมทั่วไป” แม้ช่างภาพหลายๆสำนักจะไม่ได้ทำตามที่ร้องขอ แต่เขาก็ยอมเล่าให้ฟังว่า

หลังเรียนจบปริญญาตรี มีโอกาสเข้าไปทำงานตำแหน่งมาร์เก็ตติ้งในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ตั้งแต่สมัยที่ตลาดหุ้นยังใช้ระบบการซื้อขายแบบเคาะกระดาน หลังจากนั้นไม่นานก็ไปเรียนปริญญาโท เมื่อจบกลับมาทำงานเป็นพนักงานประจำสักระยะ เกิดความคิดอยากเป็นเถ้าแก่ ทำให้ตัดสินใจทำธุรกิจหลากหลายประเภท

วันหนึ่งเพื่อนเอ่ยปากชวนให้ไปทำงานในกรุงเทพด้วยกัน สุดท้ายตัดสินใจทำตามเพื่อนแนะนำ ตอนนั้นได้ชิมลางในหลายๆอาชีพ แต่ด้วยความอยากเป็นเจ้าของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้แสวงหาโอกาสต่อไป

จนเมื่อปี 2556 มีคนมานำเสนอให้เข้าไปลงทุนในหุ้น ABC ก่อนจะตกลงซื้อมีคนมาเสนอให้เข้าลงทุนในหลายๆบริษัท แต่วงเงินลงทุนสูงเกิดตัวไปหน่อยประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท ทำให้ต้องกลับมามอง ABC เพียงแห่งเดียว ก่อนจะตัดสินใจซื้อมีการศึกษาข้อมูลของบริษัทมาแล้วอย่างดี และมีโอกาสเจอผู้บริหาร เพื่อสอบถามข้อมูลรอบด้านแล้ว

แผนธุรกิจยังเปิดเผยไม่ได้ทำไมหุ้น ABC วิ่งจัง?

เขาแจกแจงเรื่องนี้ว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2557 บริษัทจัดประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเราได้บอกเรื่องแผนงานทั้งหมดกับผู้ถือหุ้น เมื่อนักลงทุนมีความเชื่อมั่น ราคาหุ้นจึงวิ่ง บอกแผนงานให้สื่อมวลชนฟังได้หรือไม่ “ปรเมษฐ์” ตอบทันทีว่า เขา (ตลท.) ไม่ให้พูดเรื่องรายได้และกำไร จะเปิดเผยได้เมื่อไหร่ ยังไม่มีกำหนด พร้อมทำท่าปิดปาก

วันนี้บอกได้เพียงว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซใหญ่มาก (ลากเสียงยาว) อนาคตธุรกิจใหม่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำกำไรให้กับบริษัท ฉะนั้นสัดส่วนรายได้ธุรกิจในอนาคตต้องมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์แน่นอน เขาเผลอคลายความลับ เมื่อธุรกิจนี้อยู่ตัว เราจะเริ่มมองหาธุรกิจใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงต่อไป ถามว่าธุรกิจนั้นคืออะไร เขาหัวเราะก่อนตอบว่า ต้องเป็นธุรกิจที่ต่อยอดซึ่งกันและกัน

ในวันที่ธุรกิจใหม่ยังไม่เกิดเต็มตัว รายได้ในปี 2557 จะมาจากไหน หุ้นใหญ่ บอกว่า ตอนนี้เรามียอดขายอสังหาริมทรัพย์รอโอนกว่า 140 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ ที่เหลือจะทยอยขายออกทั้งหมดในปีหน้า เท่ากับว่า ตั้งแต่ปี 2558 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะไม่อยู่ในพอร์ตของเราอีกต่อไป เลิกทำใช่ว่าไม่ถนัด แต่อสังหาริมทรัพย์ไม่ดีเหมือนก่อน ฉะนั้นออกไปหางานใหม่ที่มีมาร์จิ้นที่ดีน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

“เราทุ่มเงิน 50 ล้านบาท ในการทำระบบออนไลน์ โดยจะเปิดบริการขายสินค้าออนไลน์บน www.abcpoint.com และเปิดให้บริการแลกคะแนนสะสมในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ตอนนี้เรามีพันธมิตรที่เปิดเผยชื่อได้แล้วหลายราย และมีพันธมิตรที่พร้อมเปิดตัวอีกเพียบ คาดว่าสิ้นปี 2557 จะมีธนาคารเข้าร่วมเป็นพันธมิตรมากถึง 14 ราย และ non-bank อีก 6-7 ราย”

“ปรเมษฐ์” ตอบคำถามที่ว่า มีแผนจะขายหุ้นของตัวเองออกอีกหรือไม่ วันนี้ผมถือหุ้นอยู่ 79.69 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจจะขายหุ้นออกอีก และอาจเหลือหุ้นในมือไม่ต่ำกว่า 51 เปอร์เซ็ฯต์ วันนี้กำลังคุยกับนักลงทุนหัวดำ (ไม่เปิดเผยสัญชาติ) คงได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ ถามถึงคุณสมบัติเพื่อนใหม่ เขาบอกว่า ต้องมีเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดธุรกิจให้แข็งแกร่งได้ เราไม่ได้ต้องการเงินเพียงอย่างเดียว

“หลักการทำธุรกิจของผม คือ 1.มั่นใจตัวเอง 2.มั่นใจทีมงาน 3.มั่นใจพันธมิตร ถ้ามีครบทั้ง 3 ข้อ ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี”

แม้ธุรกิจของบริษัทค่อนข้างใหม่ และยังไม่มีใครทำมาก่อน แต่เวลาเราไปคุยกับใครมักได้รับการตอบรับที่ดี แถมเขายังแสดงความเชื่อมั่นกับเราร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย “กันตพร ทองมั่น” รองกรรมการผู้จัดการ ABC บอกอย่างนั้น

เธอย้ำว่า ปี 2558 ผลประกอบการจะพลิกมีกำไรแน่นอน เบื้องต้นตั้งเป้าหมายฐานสมาชิกบัตรอีบีซี พอยต์ ไว้ระดับ 1 ล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้ต้องเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2557 ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนเมืองในเขตกรุงเทพที่มีบัตรเครดิตอยู่แล้ว ลูกค้าที่ใช้บัตรเอบีซี พอยต์ สามารถโอนคะแนนสะสมจากบัตรเครดิตหลายๆใบมารวมไว้ในบัตรเอบีซี พอยต์ ใบเดียวได้เลย

สำหรับสินค้าที่จะให้ลูกค้านำ point มาแลก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทั่วไป เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ตั๋วเครื่องบิน และบัตรคอนเสิร์ต เป็นต้น ล่าสุดบริษัทมีแผนจัดคอนเสิร์ตของ 28 ศิลปินเกาหลีค่าย JYP ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ และตั้งเป้าจะจัดอีกประมาณ 6 คอนเสิร์ตในปี 2558 นอกจากนั้นเรายังคิดจะให้ลูกค้าสามารถนำ point มาใช้ในการจ่ายค่าบริการสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

ถามถึงเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับ “กันตพร” เธอตอบว่า ห้องชุดโครงการบ้านนวธารา รีเวอร์ไลฟ์ จำนวน 19 ยูนิต มูลค่ารวม 29.23 ล้านบาท บริษัทได้โอนให้กับลูกค้าไปแล้วจำนวน 7 ยูนิต และอยู่ระหว่างรอโอนอีก 5 ยูนิต ภายในปี 2557 ส่วนอีก 7 ยูนิตน่าจะจำหน่ายได้หมดภายในปีนี้

ส่วนห้องชุดโครงการบ้านสาทร เจ้าพระยา จำนวน 9 ยูนิต มูลค่าประมาณ 104.66 ล้านบาท ได้โอนให้กับลูกค้าแล้ว 1 ยูนิต ราคาประมาณ 13 ล้านบาท เหลืออีก 8 ยูนิต จะปิดการขายได้ภายในปี 2558

"เราจะพักการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไว้ 3 ปี จากนั้นค่อยกลับมาดูใหม่ว่าจะยังทำอย่างไรกับอสังหาริมทรัพย์ต่อ”

เปิดทางชีวิต “ปรเมษฐ์”

“ปรเมษฐ์ รังรองธานินทร์” คือ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อาศัยอยู่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 47 ปี จบปริญญาตรี สาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท MBA, Emporia State University, USA ขณะเดียวกันยังเคยผ่านการอบรมหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) จากสถาบันกรรมการบริษัทไทย

เมื่อปี 2530-2531 เขาเคยทำงานในตำแหน่งการตลาด บริษัท เนชั่นเนลไฟแนนซ์แอนด์เซคเคียวริตี้ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเงินทุนหลักทรัพย์ ต่อมาในปี 2534-2540 “ปรเมษฐ์” ย้ายไปทำงานในบริษัทเงินทุนหลักทัรพย์ต่างๆ

ไล่มาตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้าแผนกสินเชื่อ บริษัท เงินทุน เอกธนกิจ จำกัด ตำแหน่งรองผู้จัดการผู้ช่วยผู้จัดการสินเชื่อ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ เอกธนา จำกัด บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ มหาธนกิจ จำกัด และบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ เอกพัฒน์ จำกัด

จากนั้นในปี 2540-2548 เขาขยับไปนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกมาร์ท จำกัด และตำแหน่งกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัทมาเทรดดิ้ง ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค ต่อมาในปี 2549-ปัจจุบัน เขาไปนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเทอร์นิตี้ โบรกเกอร์เรจแอนด์ คอนซัลแทนท์ส จำกัด ผู้ประกอบการนายหน้าประกันวินาศภัย

บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2549 โดยมีทุนแรกเริ่ม 2 ล้านบาท ถือหุ้นใหญ่โดย “ปรเมษฐ์” และ “ไพฑูรย์ ชาวบ้านเกาะ” ปัจจุบันบริษัทแห่งนี้มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 13 คน นำทีมโดย “สกล เปาอินทร์” 8,700 หุ้น รองลงมาเป็น “ปรเมษฐ์” 2,000 หุ้น ตระกูลหงษ์เหิน ก็ถือหุ้นอยู่ประมาณ 6,000 หุ้น (ตัวเลข ณ วันที่ 30 เม.ย.2556)