วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เล็งยกเลิกเก็บภาษี'สนามกอล์ฟ-ธุรกิจสปา'

"กรมสรรพสามิต" เตรียมยกเลิกเก็บภาษี"สนามกอล์ฟ-ธุรกิจสปา" ตามนโยบายรัฐมนตรีคลัง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

"กรมสรรพสามิต" เตรียมยกเลิกจัดเก็บภาษีสนามกอล์ฟและธุรกิจสปา ตามนโยบายรัฐมนตรีคลัง ที่ต้องการให้ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและส่งเสริมสุขภาพประชาชน ขณะที่เตรียมปรับเพิ่มเกณฑ์ยกเว้นภาษีเครื่องดื่มประเภทน้ำผักผลไม้ โดยให้มีส่วนผสมมากกว่า 10%

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้รับนโยบายจากนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กรมสรรพสามิตปฏิรูปการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

"รมว.คลัง ได้ขอให้กรมฯพิจารณาทบทวนโครงสร้างภาษีของกรมสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรม ,เป็นไปตามหลักสากล,และส่งเสริมสุขภาพของประชาชน" เขากล่าว

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นว่า กฎหมายภาษีที่ล้าหลัง ควรได้รับการปรับปรุง และการเก็บภาษีตัวใดที่ไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บ ควรยกเลิก ซึ่งกรมสรรพสามิต ได้หารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. แล้วในเรื่องนี้

ดังนั้น กรมสรรพสามิต จึงมีการทบทวนยกเลิกการจัดเก็บภาษีบางตัว เช่น ภาษีสรรพสามิตที่เก็บจากสนามกอล์ฟ และภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากธุรกิจสปา ซึ่งกรมได้รับภาษีจากสองธุรกิจนี้ในหลักร้อยกว่าล้านบาท เทียบกับรายได้ของกรมฯที่เป็นระดับแสนล้านบาท/ปี นับว่ามีสัดส่วนที่น้อยมาก แต่กรมฯจะต้องใช้บุคลากรเพื่อเข้าไปดูแลตรวจสอบ การจัดเก็บภาษี

นอกจากนี้ การยกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ยังจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งจากจุดแข็งที่ประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยว การยกเลิกการจัดเก็บภาษีสนามกอล์ฟ และธุรกิจสปา ก็จะเป็นการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกทางหนึ่ง

ปัจจุบัน กรมสรรพสามิต จัดเก็บภาษีสรรพสามิต จากค่าสมาชิกสนามกอล์ฟ ในอัตรา 10% และค่าใช้บริการสนามกอล์ฟ อีก 10% ส่วนธุรกิจสปา จัดเก็บในอัตรา 10% ยกเว้นกรณีที่เป็นธุรกิจสปาที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข จะได้รับการยกเว้นภาษี

ส่วนการปรับปรุงภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม กรมฯจะยึดหลักของสากลตามมาตรฐานของสินค้าเกษตรและอาหาร (CODEX) เพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนดื่ม โดยจะปรับปรุงเกณฑ์การยกเว้นภาษีเครื่องดื่ม ประเภทน้ำผัก ผลไม้ จากปัจจุบันที่มีส่วนผสมเฉลี่ยประมาณ 10% ให้สูงขึ้น โดยอิงตามหลักการสากล ของน้ำผัก ผลไม้แต่ละชนิด ซึ่งอาจกำหนดสัดส่วนไม่เท่ากัน บางชนิดอาจกำหนดแค่ 30 % บางชนิดอาจกำหนดสูงถึง 5 0%

ที่ผ่านมากรมสรรพสามิต ได้ปรับปรุงการให้บริการด้านการจัดเก็บภาษีของกรม ให้มีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของ รมว.คลังคนใหม่ ที่ต้องการให้กรมจัดเก็บภาษี มีความเป็นมิตร และมองผู้เสียภาษีในฐานะผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

นอกจากนี้ กรมสรรพาสามิต ยังได้ปรับปรุง ระเบียบภายในของกรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียภาษี และช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้กับผู้เสียภาษี โดยในกรณีสินค้าที่ผลิตในประเทศและมีภาระภาษีสรรพสามิต แต่ได้มีการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปขายต่างประเทศด้วย เดิมนั้นผู้ประกอบการจะต้องมาดำเนินเรื่องขอคืนภาษีจากกรมฯในภายหลัง ซึ่งมีขั้นตอน และต้องใช้ระยะเวลา

ดังนั้น กรมสรรพาสามิต จึงแก้ไขโดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีสรรพสามิต สำหรับสินค้าส่งออก ทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเดินเรื่องของคืนภาษี ลดเวลา และช่วยประหยัดต้นทุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการเป็นหลักร้อยล้านบาท จากภาษีที่ผู้ประกอบการต้อง เดินเรื่องขอคืนจากกรมต่อปีประมาณ 5 พันล้านบาท