'วราวุธ เจนธนากุล'กล้าคว้า...เมื่อโอกาสมาถึง !

'วราวุธ เจนธนากุล'กล้าคว้า...เมื่อโอกาสมาถึง !

จากบริหารรายการป้อนทรูวิชั่นส์'วราวุธ เจนธนากุล'ผ่านงานเบื้องหน้า-หลังจอทีวี ต้งเป้าติดท็อป3คอนทนท์โปรวายเดอร์

มีโอกาสนำความรู้ความสามารถด้านบริหารธุรกิจมาใช้เต็มตัว สำหรับหนุ่ม "เอ วราวุธ เจนธนากุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่ออกตัวแต่ต้นว่าไม่เป็นงานกับวงการจอแก้ว เพราะไม่ได้เรียนจบนิเทศศาสตร์มาโดยตรง

แต่จับพลัดจับผลูเข้ามาสู่แวดวงนี้แท้ๆ

"8 ปีก่อน ผมเจอเสี่ยตา (ปัญญา นิรันดร์กุล) กับพี่จิก (ประภาส ชลศรานนท์) ที่ปักกิ่ง แกก็ชวนมาทำงานด้วย ชวนมาเทสต์หน้ากล้อง เสร็จสรรพก็บอกผมว่า อาทิตย์หน้ามาทำรายการเลย ผมไม่เคยทำมา ไม่รู้จัก หน้าไม่เคยแต่ง ไม่เคยอยู่ในแสงสี เกือบจะโทรไปบอกเลิก ผมไม่เอาแล้ว"

ทว่า..จุดเปลี่ยนชีวิตมาจากคำพูดของ "พ่อ" ที่เตือนสติให้คว้า "โอกาสทอง" นี้ไว้

"ตอนนั้นผมบอกพ่อว่าจะ Cancel งานพรุ่งนี้ เพราะไม่กล้า กลัว ผมไม่ได้เกิดมาทำแบบนี้ ไม่ได้จบนิเทศฯ" เขาสารภาพ แต่พ่อกระตุกต่อมคิดว่า..

"ถ้าคนระดับเสี่ยตา พี่จิก มาชวน แสดงว่าเขาเห็นอะไรในตัวเรา และเขาให้โอกาสเราขนาดนี้ ทำไมลูกถึงไม่ลอง หากไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร ไม่เสียหาย" นั่นเป็นจุดที่ทำให้เขากล้าคว้าโอกาสชิมลางงานใหม่ในฐานะลูกจ้าง

8 ปีผ่านไป ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ กับการตัดสินใจ "เริ่มต้นธุรกิจ"ทีวีด้วยตัวเอง

"ที่ผ่านมาผมเป็นพิธีกรรับจ้างของเวิร์คพอยท์ เห็นการทำงาน เห็นอะไรต่างๆ และมีแรงบันดาลใจ มีไอเดียแปลกใหม่ เลยกล้ามาทำธุรกิจด้วยตัวเอง"

แต่อาการกล้าๆ กลัวๆ ก็กลับมาอีกครั้ง จนต้องไปเรียกความเชื่อมั่นจากอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่งว่า..

"ผมจบ MBA (Master of Business Administration) ถ้าไม่มีความรู้ในธุรกิจที่ทำ จะบริหารงานได้ไหม ?

อาจารย์บอกว่า สอนมาให้รู้จักบริหาร รู้จุดแข็ง จุดอ่อน และรู้จักแก้ปัญหาในทุกธุรกิจ ถูกสอนให้ทำได้ทุกธุรกิจ

นั่นคือประโยคที่เรียกความมั่นใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจสำหรับเขา

วราวุธ เล่าว่า ปีแรกของการเป็นเจ้าของกิจการ เขาทุ่มทุนบินไปต่างประเทศ เพื่อดูว่า "โลก" ทำอะไรบ้าง เทรนด์คนดูนิยมชมชอบรายการแบบไหน 5 ปีข้างหน้าอะไรจะมาแรง เพราะ 5 ปีก่อน Singing contest หรือ การประกวดประชันความสามารถต่างๆ บนเวทีฮิตฮอตกันมาก

การเปิดโลกทัศน์ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ สู่สายตาผู้ชม โดยเน้น "ไม่ลอกเลียนแบบ"ต้นฉบับ เพื่อเคารพทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นผลงานของคนไทยและต่างประเทศ นั่นยังทำให้การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์หรือเจ้าของคอนเทนต์ต่างแดน แฮปปี้สุดๆ

การยกรายการทั้งโมเดลมาใช้อาจไม่เหมาะกับคนดูชาวไทย จึงต้องรู้จักประยุกต์ให้เข้ากับคนไทย

"เหมือนซื้ออาหารฝรั่งมา ต้องปรุงสักหน่อย เพราะคนไทยชอบเผ็ด เราจะเติมให้ แม้สูตรนี้จะเคยประสบความสำเร็จทั่วโลกมาแล้ว ก็ตาม"

เมื่อพอจะอ่านใจผู้ชมออก เขาเลยคาดการณ์เทรนด์รายการโทรทัศน์อีก 5 ปีข้างหน้าว่า การประกวดร้องเพลงต่างๆ จะซาลง แต่รายการที่ "ผู้ชม" มีส่วนร่วมจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ส่วนการที่ประเทศไทยอยู่ระหว่าง "เปลี่ยนผ่าน" การออกอากาศจากทีวีระบบอนาล็อก สู่ทีวีดิจิทัล วราวุธเห็นว่า จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผล "บวก" ต่อธุรกิจคอนเทนต์ โปรวายเดอร์ (ผู้ผลิตเนื้อหา) เพราะแน่นอนว่าทีวีดิจิทัลที่มีมากถึง 24 ช่อง จากเดิมผูกขาดเพียง 6 ช่อง ทำให้ "ความต้องการ" คอนเทนต์เพิ่มขึ้น

แล้วเขาวาง "กลยุทธ์ธุรกิจ" ของตัวเองไว้อย่างไร ?

บอสหนุ่มวิเคราะห์ให้ฟังว่า การจะผลิตรายการป้อนช่องไหน ปัจจัยหลักที่ต้องประเมินคือ การเลือกสถานีโทรทัศน์ที่มีอนาคตมากกว่าคนอื่น

เขาเล่าว่า ปัจจุบันมี "ผู้ใหญ่" หลายช่องติดต่อให้บริษัทไปผลิตผลงานป้อน ทว่า..ไทยรัฐทีวี ช่อง 7 ททบ.5 โมเดิร์นไนน์ทีวี และช่อง 3 อนาล็อก คือช่องที่เขาเลือกร่วมงานด้วย ขณะที่ช่อง 3เอสดี ซึ่งเป็นทีวีดิจิทัลก็นำคอนเทนต์ "Honey Moon น้ำผึ้งพระจันทร์" ไปออกอากาศซ้ำ (Re-run)

"เลือกไทยรัฐทีวี เพราะจากการที่ได้คุยกับผู้บริหาร เห็นแนวทางการทำสถานี มุมมองการเลือกรายการชัดเจนว่าต้องการความแปลกใหม่ตรงตามสโลแกน คิดต่าง อย่างเข้าใจ และความต่างเป็นจุดขายของเซ้นส์" เขาโปรยยาหอมพาร์ทเนอร์

เขายังวิเคราะห์สมรภูมิจอแก้วด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า..

"พูดตรงๆ นะ 24 ช่อง ไม่อยู่รอดทั้งหมดหรอก ต้องมีคนตาย นั่นคือสาเหตุหลักในการเลือกผลิตรายการให้บางช่องที่เราเชื่อในศักยภาพ การเปลี่ยนผ่านของทีวีดิจิทัลต้องมีคนแจ้งเกิด หลักๆ คือช่อง 3 ช่อง 7 การจับมือผู้มีประสบการณ์ ยักษ์ในวงการน่าจะทำให้บริษัทเล็กๆอยู่รอดปลอดภัยได้"

ครั้นถามถึงการผลิตคอนเทนต์ป้อนช่อง NOW 26 ของเครือเนชั่น เขาหัวเราะก่อนตอบว่าขึ้นอยู่กับแนวทางของช่อง โดยการผลิตคอนเทนต์ที่ผ่านมา บริษัทจะรับโจทย์จากสถานีต่างๆ เพื่อคิดค้นคำตอบที่ตรงใจ ตรึงคนดูเรียก "เรตติ้ง"

ปัจจุบันเซ้นส์พยายามผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลายทั้งเกมโชว์ วาไรตี้โชว์ ซิทคอม ละคร และอนาคตเขามุ่งมั่นจะปั้นพิธีกร นักแสดงให้อยู่ในสังกัด เพราะเป้าหมายใหญ่ของวราวุธ

"ผมขอเป็นคอนเทนต์โปรวายเดอร์ลำดับต้นๆ ของประเทศ หากทุกช่องต้องการคอนเทนต์อยากให้นึกถึงเซ้นส์ในใจ (ท็อป ออฟ มายด์) "

ถามว่าฝันถึงตำแหน่งใด เขาตอบว่า "ท็อปทรี" แต่เป็นเป้าหมายระยะยาว ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส เพราะการผลิตรายการทีวีต้องใช้เวลาในการโชว์ฝีมือ

เขายังบอกว่า การอยู่ในลำดับต้นๆ จะต้องมาพร้อมกับรายได้ ที่สำคัญคือ "รายการคุณภาพ" ด้วย ที่สำคัญขอคุมเนื้องานแบบทั่วถึง เพราะปัจจุบันแค่ผลิต 8 รายการ ก็วิ่งขาขวิดแล้ว

"สัมภาษณ์เสร็จผมต้องไปสตูดิโอที่โน่น เสร็จกลับมาที่นี่(ย่านราชประสงค์)เหนื่อยพอสมควร และการทำงานถ้าเกินจะคุมได้ ผมว่ามันไม่สนุกแล้ว ไม่รู้ว่าที่ทำอยู่เป็นยังไง รายการคืออะไร มันคิดยังไง"

8 ปีกับวงการโทรทัศน์ 5 ปีกับการบริหารธุรกิจของตัวเอง

ล่าสุดเขาควักงบลงทุน 200 ล้านบาท ผุดสตูดิโอ และสร้างออฟฟิศใหม่ รองรับการเติบโตในอนาคต

"วันแรกเซ้นส์มีพนักงาน 7 คน รวมคนขับรถ วันนี้ผมมีพนักงาน 85 คน บริษัทกำลังโอเค ผมต้องการบริหารคนให้อยู่ในจำนวนที่เหมาะสมมากกว่า ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป"

อุตสาหกรรมโทรทัศน์แข่งขันสูง รายการมากมายที่นำเสนอหน้าจอทีวีทั้งน้ำดีน้ำเน่า แต่ในฐานะผู้ชมวัยเยาว์เขาให้ปณิธานว่า..

"ตอนเด็กๆผมเห็นคนออกทีวี ล้วนเป็นคนเก่ง คนที่ประกวดชนะ เป็นที่ 1 ของประเทศ ผมเคยเห็นแต่คนดีๆได้ออกทีวี แต่ปัจจุบันคนทำไม่ดีก็ได้ออกทีวี นั่นไม่ใช่แนวทางของผม ปรัชญาในการทำงานของผมคือ ผลิตรายการให้คนดู ได้สนุก ได้ข้อคิด ได้ความรู้ติดสมองไปบ้าง"