วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Ichitan Group : ICHI

มีโอกาสจากตลาดอินโดฯ และราคาหุ้นสะท้อนความเสี่ยงภาษีแล้ว

เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร”

เรามองว่าการบุกตลาดชาพร้อมดื่มที่ประเทศอินโดนีเซียมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท/ปี เติบโต 15% ต่อปี (มากกว่าตลาดไทย 3 เท่าตัว) เป็นโอกาสที่น่าสนใจมาก ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตร (บริษัท PT Atri Pasifik ซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านคอนวีเนียนสโตร์รายใหญ่) ภายใต้การจัดตั้งบริษัทร่วม ICHITAN Indo (ถือหุ้นฝั่งละ 50%) ทำให้มีช่องทางการจัดจำหน่ายทันที 10,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งหากการบุกตลาดประสบความสำเร็จเราเชื่อว่า ICHI จะได้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น ICHI ลดลงราว 10% สะท้อนความเสี่ยงจากกรณีสินค้า ชา กาแฟ อาจถูกเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตแล้ว เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร” (จากเดิม “ขาย”) และปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมขึ้นเป็น 24 บาท (รวมความเสี่ยงภาษีสรรพสามิต) และหากไม่รวมความเสี่ยงภาษีสรรพสามิตมูลค่าเหมาะสมจะอยู่ที่ 31 บาท

คาดเริ่มได้ส่วนแบ่งกำไรในปี 2560

การบุกตลาดอินโดนีเซียมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง จากจุดแข็ง “ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และกลยุทธ์การตลาด” ของ ICHI และจุดแข็ง “ช่องทางการจัดจำหน่าย” ของพันธมิตร เพียงแค่กระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศใน 1 ปีแรก ICHITAN Indo จะมียอดขายทันที 1 พันล้านบาท และหากประสบความสำเร็จจึงจะมีการสร้างฐานการผลิตที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นลำดับถัดไป (ระยะเวลาสร้างโรงงาน 1 ปีครึ่ง) เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยเราประเมินว่าช่วง 2 ปีแรกบริษัทร่วมจะยังไม่มีกำไรเนื่องจากยอดขายส่วนใหญ่มาจากการจ้างผลิตและสินค้าที่ส่งมาจาก ICHITAN Thai และจะเริ่มมีกำไรในปีที่ 3 หลังโรงงานของบริษัทร่วมเริ่มเดินเครื่องการผลิต ทั้งนี้ เราคาด ICHI จะมีส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจาก ICHI Indo ในช่วงปี 2558-60 เท่ากับ -50 -25 และ +119 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานยอดขาย 1,000 1,500 และ 1,950 ล้านบาท ตามลำดับ

คาดกำไร 3Q57 เติบโต 83% YoY

ผลประกอบการงวด 3Q57 มีแนวโน้มอ่อนตัว 26% QoQ ตามฤดูกาลที่เป็นโลว์ซีซัน แต่อย่างไรก็ตาม คาดเติบโต 83% YoY เป็นกำไร 300 ล้านบาท เนื่องจากการประสบความสำเร็จในการออกสินค้าใหม่ “เย็น เย็น รสเก็กฮวย” และความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นจากสัดส่วนสินค้าจ้างผลิตที่ลดลงจาก 25% ปีที่แล้วเหลือไม่ถึง 10% ในปีนี้ ทั้งนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2557-58 ลงจากเดิม 5-27% เนื่องจากแนวโน้มตลาดชาพร้อมดื่มในไทยเติบโตน้อยกว่าคาดและรวมความเสี่ยงจากการเสียภาษีสรรพสามิตทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 5% ในปี 2558 ทำให้กำไรอยู่ทรงตัวอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ในปี 2557-58

มูลค่าเหมาะสม 24 บาท (รวมความเสี่ยงภาษีสรรพสามิต)

เราประเมินมูลค่าเหมาะสมหุ้น ICHI โดยแบ่งออกเป็น 4 กรณี โดยปรับไปใช้ปี 2558 เป็นปีฐาน (1) ไม่รวมโอกาสจาก ICHI Indo และความเสี่ยงภาษีสรรพสามิต เท่ากับ 25.2 บาท (2) รวมโอกาสจาก ICHI Indo เท่ากับ 31 บาท (3) รวมความเสี่ยงภาษีสรรพสามิต เท่ากับ 19 บาท และ (4) รวมโอกาสจาก ICHI Indo และความเสี่ยงภาษีสรรพสามิต เท่ากับ 24 บาท โดยเราเลือกใช้กรณี (4) เป็นมูลค่าเหมาะสมกรณีฐานเนื่องจากเป็นการรวมทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด โดยมูลค่าเหมาะสมถูกปรับขึ้นจากเดิมประเมินที่ 16.4 บาท