วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนา-โรงสีส่งสัญญาณ 'ฉัตรชัย'รับมือราคาข้าวร่วง

ชาวนา-โรงสีออกโรงจี้ “ฉัตรชัย” หามาตรการเสริม ผลักดันราคาข้าว หลังส่อไม่ถึงเป้าตันละ 8,500-9,000

เผยชาวนาจ่อขาดทุนอ่วมหลังผลผลิตเฉลี่ยลดลง ผู้ส่งออกยังเชื่อราคาข้าวไม่หลุดตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐแน่ มั่นใจ ส.ค. ส่งออกข้าวทุบสถิติรอบ 3 ปี “กรมการค้าต่างประเทศ” ชง นบข. สางปมรับมอบข้าวกว่า 200 เรื่อง

สถานการณ์ราคาข้าวที่ผันผวนอย่างหนักในขณะนี้มีปัจจัยหลายประการ ทั้งสต็อกข้าวที่คอยกดดันราคา ข้าวใหม่ที่ชาวนาเกี่ยวหนีน้ำท่วมส่งผลให้ปริมาณเพิ่มขึ้น เริ่มมีแรงกดดันจากชาวนาที่ต้องการให้รัฐบาลเข้าหาทางช่วยเหลือ เป็นปัจจัยที่รัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ต้องหาทางแก้ไขเป็นการเร่งด่วน

นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกเจ้าขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่สัปดาห์ก่อนมีราคาลดลงต่อเนื่อง เฉลี่ยเพียงตันละ 6,500 บาท (ไม่ได้วัดความชื้น) โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ ตันละ 7,000-7,500 บาท สาเหตุที่ราคาปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากสัปดาห์ก่อนชาวนาเร่งเกี่ยวข้าวเพื่อหนีน้ำ ทำให้มีปริมาณข้าวออกสู่ตลาดจำนวนมากและมีฝนตกชุกทำให้ความชื้นสูง ส่งผลให้ราคาตกต่ำ

ชาวนาโวยผลผลิตลด-ต้นทุนพุ่ง

ในส่วนราคาข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ นาปี 2557/58 โดยพื้นที่แถบอยุธยาและอ่างทอง จะออกสู่ตลาดรวม ม.ค.-ก.พ.นั้น ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลใหม่ยังไม่มีความชัดเจน โดยชาวนาได้ลงทุนปลูกข้าวไปแล้วเฉลี่ยไร่ละ 5,000 บาท หากได้ผลผลิต 80-90 ถังต่อไร่ แต่พบว่าชาวนาส่วนใหญ่กำลังเผชิญภัยแล้งผลผลิตลดลงอยู่ที่ 60-65 ถังต่อไร่ หรือเท่ากับ ตันละ 7,000 บาทเท่านั้น หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้จะทำให้ชาวนามีรายได้จากข้าวฤดูกาลใหม่เพียงไร่ละ 1,000 เท่านั้น

“คงต้องดูว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรกับราคาข้าว เพราะถ้าให้ถึงตันละ 8,500-9,000 ก็ถือว่าดี แต่คงจะเป็นไปได้ยาก ซึ่งถ้ารัฐบาลมาช่วยเรื่องการลดต้นทุนก็ถือว่าดี แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนและราคาขายจริงชาวนาจะได้เท่าไหร่ คงต้องรอก่อน” นายวิเชียร กล่าว

โรงสีจี้หามาตรการเสริมดันราคา

นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวฤดูกาลใหม่ที่จะออกในช่วง ต.ค. นี้ จะต้องขึ้นกับราคาส่งออกข้าวว่ามีทิศทางอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว แต่หากไม่มีมาตรการอะไรมารองรับ ก็น่าเป็นห่วงที่ราคาอาจตกต่ำได้

ส่วนข้าวขาวเชื่อว่าจะไม่ต่ำกว่าตันละ 8,000 แต่จะสามารถดึงราคาให้เป็นไปตามเป้าหมายได้หรือไม่ต้องจับตาดูอีกครั้ง โดยพบว่ามาตรการต่างๆ ที่ออกมาในขณะนี้เป็นเพียงส่วนช่วยได้เล็กน้อยให้ราคาข้าวทรงตัวอยู่ได้ แต่หากต้องการจะผลักดันราคาจริงๆ ต้องมีมาตรการเสริมอื่นๆ เพิ่มเติม

“อย่างให้โรงสีซื้อข้าวเก็บไว้ 3 เดือนและชดเชยดอกเบี้ย 3% คงมีโรงสีบางส่วนเข้าร่วมโครงการ แต่คิดว่าจะใช้เป็นมาตรการหลักในการพยุงราคาข้าวคงไม่ได้ เรื่องนี้ต้องมาช่วยกันหาทางดูแลราคาไม่ให้ตกต่ำ แต่เบื้องต้นประเมินสถานการณ์แล้วเชื่อว่าราคาจะไม่ต่ำกว่าตันละ 8,000 บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% หรือคิดเป็นข้าวสารอยู่ที่ตันละ 12,500 บาท” นายมานัส กล่าว

ผู้ส่งออกชี้ข้าวไทยผ่านจุดต่ำสุด

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ราคาส่งออกข้าวฤดูกาลใหม่ ไม่น่าจะต่ำกว่าตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้าวขาว 5% เพราะเป็นข้าวใหม่ที่ตลาดต่างประเทศต้องการ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่าราคาข้าวไทยลดลงต่ำกว่า 400 ดอลลาร์สหรัฐก่อนหน้านี้ นั้นเป็นจุดต่ำสุดแล้ว

ส่วนการส่งออกข้าวในเดือน ส.ค. นี้ มั่นใจว่าจะทำลายสถิติส่งออกสูงสุดอีกครั้ง หรือมีปริมาณมากกว่า 1 ล้านตัน จากเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาซึ่งส่งออกได้ 9 แสนตัน และทำสถิติส่งออกสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนการส่งออกทั้งปี 2557 คาดว่าจะมีปริมาณไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม สต๊อกข้าวที่รัฐบาลมีอยู่ ต้องใช้เวลาในการระบายออกมากกว่า 3 ปีและเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาข้าวของไทยอยู่

ราคาย้อนหลัง 3 ปีร่วงต่ำสุด

รายงานข่าวแจ้งว่า ราคาข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) ณ วันที่ 12 ก.ย. ตันละ 7,800-8,000 บาททรงตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาข้าวสาร 5% ส่งออก FOB ตันละ 432 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม หากย้อนสถิติราคาข้าวชนิดเดียวกัน จะพบว่า ราคาในปัจจุบันทำสถิติต่ำสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 โดยราคาเฉลี่ย ส.ค. ปี 2557 ตันละ 8,200-8,800 บาท ปี 2556 ตันละ 9,500 บาท ปี 2555 ตันละ 10,850 บาท และปี 2554 ตันละ 10,008 บาท

ทั้งนี้ มติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดมาตรการลดต้นทุนการผลิตของชาวนาผ่านปัจจัยการผลิตและบริการ รวมไร่ละ 432 บาท แบ่งเป็น ค่าปุ๋ยเคมี ไร่ละ 40 บาท ค่าสารเคมีป้องกันศัตรูพืช ไร่ละ 20 บาท เมล็ดพันธุ์ ไร่ละ 122 บาท ค่าบริการรถเกี่ยวข้าว ไร่ละ 50 บาท และค่าเช่านาไร่ละ 200 บาท รวมถึงมาตรการพยุงราคาข้าวโดยมีเป้าหมายให้ราคาข้าวเปลือกไม่ต่ำกว่าตันละ 8,500-9,000 บาท ผ่านการให้ผู้ส่งออกช่วยหาตลาดข้าวในต่างประเทศและให้โรงสีรับซื้อข้าวและเก็บไว้เป็นเวลา 3 เดือนโดยรัฐจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 3%

พาณิชย์ชงสางปม200เรื่องข้าว

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในสัปดาห์นี้ กรมฯ จะเสนอให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาการรับมอบข้าวและปัญหาที่ค้างจากการระบายข้าว ในช่วงก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อช่วยลดอุปสรรคทางการประกอบธุรกิจตามที่มีภาคเอกชนร้องเรียนโดยตรง มายังกรมการค้าต่างประเทศ และได้ร้องเรียนผ่านมาทางสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ซึ่งนับรวมเป็นจำนวนประมาณ 200 เรื่อง

เบื้องต้นกรมฯ ได้รวบรวมข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน พบว่า เรื่องร้องเรียน 200 เรื่องสามารถแบ่งเป็นปัญหาประมาณ 7-8 กลุ่ม เช่น ปัญหาการคืนหลักทรัพย์วางค้ำประกัน 5% ของมูลค่าข้าวล่าช้า ปัญหาที่ผู้ส่งออกร้องขอผ่อนผันขยายระยะเวลาขนย้ายข้าว เกินกว่าที่ตกลงไว้ตามสัญญา เพราะมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถขนย้ายข้าวได้ตามกำหนดในสัญญา หรือปัญหาที่ประมูลข้าวแล้วไปรับสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐานสินค้าตัวอย่างที่นำมาแสดง เป็นต้น

“ปัญหาที่พบ มีทั้งปัญหาเก่า และใหม่ ซึ่งบางเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องทำความเข้าใจและเร่งแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ สาเหตุที่การแก้ไขเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะกรมฯ เพิ่งได้รับข้อมูลจากองค์การคลังสินค้า หลังจากขอสรุปรายงานผลการระบายข้าวผ่านมา 2 เดือน ทาง อคส. แจ้งว่าต้องรวบรวมจากในแต่ละพื้นที่จึงทำให้เกิดปัญหาล้าช้า”