วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

THCOM : ยิงดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจร

ประเด็นใหม่?

THCOM แจ้งว่าได้ทำการยิงดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2557 ณ ตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออกด้วยจรวดขนส่งฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น ณ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา โดยดาวเทียมไทยคม 7 ที่จัดสร้างขึ้นเป็นความร่วมมือระหว่าง THCOM กับบริษัทเอเชีย แซทเทลไลท์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และก่อสร้างโดยบริษัทสเปซ ซิสเต็มส์/ลอเรลแห่งประเทศสหรัฐฯ

ดาวเทียมไทยคม 7 มีจำนวนช่องสัญญาณในการให้บริการทั้งหมด 28 ทรานสปอนเดอร์บนย่านความถี่ซีแบนด์ ซึ่ง THCOM ได้รับการจัดสรรจำนวน 14 ทรานสปอนเดอร์ (และที่เหลืออีก 14 ทรานสปอนเดอร์จัดสรรให้กับเอเชีย แซทเทลไลท์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์) โดยอายุการใช้งานของดาวเทียมอยู่ที่ 15 ปี และมีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด (รวมภาระดอกเบี้ยจ่าย)

ในส่วนของTHCOM (จำนวน 14 ทรานสปอนเดอร์) อยู่ที่ประมาณ 171 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.4 พันล้านบาท (ซึ่งรวมตัวดาวเทียม อุปกรณ์ส่งดาวเทียม ค่าประกันภัย และอุปกรณ์ภาคพื้นดิน) ทั้งนี้ดาวเทียมไทยคม 7 จะรองรับอุปสงค์ของทั้งลูกค้ากิจการกระจายเสียงและลูกค้ากิจการโทรคมนาคมซึ่งมีจำนวนมาก และไม่สามารถรองรับการให้บริการได้จากดาวเทียมไทยคม 5 (ซึ่ง ณ ปัจจุบันอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเต็มแล้ว) และดาวเทียมไทยคม 6 (ซึ่ง ณ ปัจจุบันอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเต็มแล้วสำหรับในส่วนของประเทศไทย)

ยอดจองซื้อล่วงหน้าดาวเทียมไทยคม 7 อยู่ที่ 50% แล้ว ณ ขณะนี้

ยอดจองซื้อล่วงหน้าของดาวเทียมไทยคม 7 ณ วันที่ยิงขึ้นสู่วงโคจรอยู่ที่ 50% และปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงขั้นตอนสุดท้ายของการเซ็นสัญญาในส่วนของยอดจองซื้อล่วงหน้าอีก 50% ที่เหลือ เราใช้สมมติฐานในเชิงอนุรักษ์นิยมว่ายอดจองซื้อล่วงหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 70-80% ณ สิ้นปี 2557 และจะเต็ม 100% ภายในไตรมาส 1/58 การเริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์คาดว่าจะเริ่มได้ภายในช่วงกลางเดือนต.ค.หรือต้นเดือนพ.ย. 2557 หลังจากยิงดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร 1-2 เดือน สำหรับขั้นตอนของการทดสอบทางเทคนิค และขั้นตอนของดาวเทียมในชั้นอวกาศ

เราคาดว่าสัดส่วน 49% ของลูกค้าดาวเทียมไทยคม 7 จะเป็นลูกค้ากลุ่มกิจการกระจายเสียง (และที่เหลือเป็นลูกค้าบรอดแบนด์) เราใช้สมมติฐานว่าช่องสัญญาณจำนวน 4 ทรานสปอนเดอร์ของลูกค้ากิจการโทรคมนาคมซึ่งอยู่บนดาวเทียมไทยคม 5 จะถูกโอนย้ายจากดาวเทียมไทยคม 5 ไปยังดาวเทียมไทยคม 7 ภายในไตรมาส 4/57 และคาดว่าช่องสัญญาณจำนวน 2 ทรานสปอนเดอร์ของดาวเทียมไทยคม 7 จะถูกสำรองไว้ให้กับลูกค้าทีวีดิจิตัลในประเทศไทยสำหรับการให้บริการทำคอนเทนต์ทีวีดิจิตัล

รวมมูลค่าเพิ่มจากดาวเทียมไทยคม 7 คิดเป็น 2 บาทต่อหุ้น

เราทำการรวมมูลค่าเพิ่มจากดาวเทียมไทยคม 7 เข้าไปในประมาณการของเรา ภายใต้สมมติฐานอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมสำหรับดาวเทียมไทยคม 7 เฉลี่ยที่ 15% ในไตรมาส 4/57 ราคาขายเฉลี่ยที่ 2 ล้านดอลลาร์ ต่อทรานสปอนเดอร์ และอัตรากำไรสุทธิที่ 25% สำหรับดาวเทียมไทยคม 7 (ซึ่งเราได้คำนวณรวมปัจจัยบวกจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่จะลดลงอีก 85 ล้านบาทต่อปีเข้าไปในประมาณการแล้ว หลังจากการรีไฟแนนซ์มูลหนี้ของดาวเทียมไทยคม 7 โดยการออกหุ้นกู้ 5 พันล้านบาท)

เราประเมินว่าส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2557 เพิ่มขึ้นอีก 37 ล้านบาท (กระทบ 1.9% ต่อกำไรสุทธิปี 2557) และภายใต้สมมติฐานของอัตรากำไรสุทธิและราคาขายเฉลี่ยที่เท่ากัน แต่อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 70% ในปี 2558 และเพิ่มขึ้นเป็น 100% ในปี 2559 จะส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 159 ล้านบาทในปี 2558 (กระทบ 7.1% ต่อกำไรสุทธิปี 2558) และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 256 ล้านบาทในปี 2559 (กระทบ 9.9% ต่อกำไรสุทธิปี 2559) ดังนั้นราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ณ สิ้นปี 2558 ของเราเพิ่มขึ้นอีก 2 บาทต่อหุ้น (เป็น 57 บาท)

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยมีปัจจัยหนุนมาจากอัตราการเติบโตของกำไรหลักปี 2557-58 ที่แข็งแกร่ง รวมถึงอัพไซด์จากดาวเทียมไทยคม 8 ในปี 2559 และจากตลาดใหม่ของดาวเทียมไอพีสตาร์ ได้แก่ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์