Modernform Group: MODERN

เน้นการเพิ่มมูลค่าและเติบโต
2H57 คาดธุรกิจปกติมีกำไรดีขึ้นชัดเจน
ปัจจุบัน MODERN มียอดติดตั้งและส่งมอบงานเฟอร์นิเจอร์ลูกค้าโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงานดีขึ้นมากจาก 1H57 ผู้บริหารประเมินใน 2H57 บริษัทจะรับรู้ยอดขายราว 60% จาก Backlog ที่ 2,950 ล้านบาท (งานโครงการที่อยู่อาศัยฯ 80%, งานโครงการอาคารสำนักงาน 17% และงานเฟอร์นิเจอร์โรงพยาบาล 3%) ตามประมาณการของเราคาดว่า MODERN จะมีกำไรจากธุรกิจปกติ 2H57 ราว 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จาก 1H57 ตามการเติบโตของยอดขายเฟอร์นิเจอร์ลูกค้าโครงการที่อยู่อาศัยและสำนักงาน รวมทั้งคาดว่า Gross margin 2H57 จะดีขึ้นเป็น 38% (1H57 มี Gross margin 37.4%)
ธุรกิจโรงแรมเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่
ในปี 2558 เราคาดว่า MODERN จะมียอดขายเติบโตราว 15% ดีกว่ายอดขาย 5 ปีที่ผ่านมา (2552-2557) เติบโตเฉลี่ย 10% (CAGR 2552-2557) และสอดคล้องกับเป้าหมายผู้บริหาร โดยมีปัจจัยหนุนยอดขายปี 2557 มีฐานต่ำกว่าปกติจากผลกระทบทางการเมือง ประกอบกับการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยต่อเนื่องจากปีนี้ และการเปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เราประมาณการกำไรจากธุรกิจปกติที่ 515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2557 นอกจากนี้บริษัทมีโอกาสขยายตลาดสู่ธุรกิจโรงแรมมากขึ้นจากปัจจุบันไม่มีการทำตลาดกลุ่มนี้อย่างจริงจัง เรามองเป็นการเปิดตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ และกระจายความเสี่ยงจากฐานลูกค้าเดิมที่มาจากกลุ่มที่อาศัย 50% และกลุ่มอาคารสำนักงาน 50%
จับมือพันธมิตรต่างชาติรับ AEC
MODERN จับมือกับพันธมิตรต่างชาติได้แก่ Steel case, ITOKI (ญี่ปุ่น), Versa link (มาเลเซีย) ร่วมทำธุรกิจ Office เฟอร์นิเจอร์ในประเทศและรองรับการขยายตลาด AEC ปัจจุบัน MODERN เป็นผู้นำตลาด Office เฟอร์นิเจอร์ในประเทศ (มีส่วนแบ่งตลาดราว 30%) ส่วนตลาดต่างประเทศมีโชรูมและ Dealer ในพม่าและลาว อย่างไรก็ดีผู้บริหารยังไม่มีเป้าหมายเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 3-4% ส่วนใหญ่เป็นงานโครงการและภาคราชการ เราคาดว่าหลังปี 2558 MODERN จะมีเป้าหมายผลักดันยอดขายในต่างประเทศร่วมกับพันธมิตรที่ชัดเจนขึ้น
กำไรและเงินปันผลเติบโตสม่ำเสมอ
เราชอบปัจจัยพื้นฐาน MODERN เนื่องจากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานธุรกิจที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้า ทำให้บริษัทมีกำไรเติบโตสม่ำเสมอ (ปี 2552-2557 กำไรจากธุรกิจปกติเติบโตเฉลี่ย 9%) โดยในปี 2557-2558 เราคาดว่าบริษัทจะมี EBITDA และกำไรจากธุรกิจปกติเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ประกอบกับบริษัทมีฐานการเงินที่ดีและมีสถานะ Net cash ขณะทีมีความต้องการใช้เงินลงทุนต่อปีราว 100 ล้านบาท ทำให้เราคาดว่าบริษัทมีความสามารถจ่ายเงินปันผลปกติปี 2557 หุ้นละ 0.60 บาท (ไม่รวมปันผลพิเศษ) และปี 2558 หุ้นละ 0.65 บาท ตามลำดับ มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 6% ต่อปี เราปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 2558 ที่ 11.80 บาท (เพิ่มขึ้น 7% จากมูลค่าเหมาะสมปี 2557 ที่ 11 บาท) ราคาปัจจุบันมีผลตอบแทนรวม 22% คงคำแนะนำ “ซื้อ”







