วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บินไทย'รายได้เพิ่มเลิกแผนกู้2.7หมื่นล้าน

การบินไทยเบรกแผนกู้เงิน 2.7 หมื่นล้านจากคลัง-ออมสิน มั่นใจมีสภาพคล่องเพียงพอต้นปีหน้า

การบินไทยเบรกแผนกู้เงิน 2.7 หมื่นล้านจากคลัง-ออมสิน หลังประเมินรายได้เพิ่ม-ตัดรายจ่าย-นักท่องเที่ยวเพิ่ม มั่นใจมีสภาพคล่องเพียงพอต้นปีหน้า คาดไตรมาส 4 มีกำไร 4-5 พันล้านบาท ส่งผลขาดทุนทั้งปีต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้าน

นายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบอร์ดการบินไทยมีมติให้ยกเลิกแผนกู้เงินระยะเร่งด่วนจากธนาคารออมสินวงเงิน 5,000-7,000 ล้านบาท ในเดือน ก.ย.-ต.ค. และแผนกู้เงินระยะยาวผ่านกระทรวงการคลังจำนวน 20,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี

แผนกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นไปตามแนวทางการฟื้นฟูกิจการ หลังประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจากรายได้ลดลง

นายอารีพงษ์ กล่าวว่าจากประเมินล่าสุด คาดว่ากระแสเงินสดของบริษัทฯจะอยู่ที่ระดับ 15% ของรายได้ หรือ เท่ากับ 12,000 ล้านบาท/เดือน ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินงานไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยไม่ต้องหาแหล่งเงินกู้เพิ่มเติม แต่อาจต้องใช้กรอบวงเงินกู้ของสถาบันการเงินที่มีอยู่แล้วเป็นระยะๆ และกระแสเงินสดที่มีอาจเพียงพอจนถึงเดือน มี.ค. ปี 2558 ด้วย

"การปรับลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ตามแผนฟื้นฟู ขณะที่นักท่องเที่ยว ซึ่งเคยลดลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เริ่มกลับมาดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ยอดการจองตั๋วล่วงหน้า 3 เดือน ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อยู่ที่ 78% จนทำให้ไตรมาสที่ 4 จะเป็นไตรมาสที่การบินไทยจะมีกำไร แต่ยอมรับว่านักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นและยุโรปยังไม่กลับมาเต็มที่ เพราะปัญหาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ"

นายอารีพงษ์ ยืนยันว่าสาเหตุไม่กู้เงินจากทั้ง 2 แหล่งไม่ได้เป็น เพราะแผนฟื้นฟูการบินไทยยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด แต่มาจากผลประกอบการไตรมาสสุดของปีนี้ โดยจะมาพิจารณาอีกครั้งว่าต้องกู้เงินหรือไม่

ด้านพล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้เลื่อนการพิจารณาแผนจัดหาเงินกู้จากธนาคารออมสินและกระทรวงการคลังรวม 27,000 ล้านบาท เป็นปีหน้า เนื่องจากสภาพคล่องที่มีอยู่ในตอนนี้สามารถใช้ได้จนถึงสิ้นปีนี้และผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปีนี้จะดีขึ้นจนมีกำไร 4,000 - 5,000 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่ายอดจองตั๋วล่วงหน้าจะสูงกว่า 78% ขึ้นไปอีก รวมทั้งจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

ขณะที่การปรับลดรายจ่ายตามแผนฟื้นฟูเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา อีกทั้งมีการปรับลดเงินค่ารถของผู้บริหารระดับสูงจำนวน 51 คน ลง 20-30% จากเดิมที่ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการใหญ่ 42 คน ได้รับจำนวน 70,000 บาท/เดือน และระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 9 คน ที่ได้รับ 75,000 บาท/คน/เดือน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงประมาณ 12 ล้านบาท/ปี

สำหรับ ผลประกอบการในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน การลดต้นทุนน้ำมันและลดต้นทุนจากการดำเนินงาน ทำให้คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีกำไรในไตรมาสสุดท้าย ส่งผลให้การดำเนินงานของการบินไทยในปี 2557 ขาดทุนลดลงไม่ต่ำกว่า 5,000-7,000 ล้านบาท จากที่คาดไว้ว่าจะขาดทุนมากกว่า 12,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่าที่ประชุมบอร์ดยังมติอนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง 6 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.ร.อ.มนตรี จำเรียง เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน 2.ร.ท.เฉลิมพล อินทรวงศ์ เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายซ่อมบำรุงอากาศยาน

3. ร.ต.อนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบินและรักษาการ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการอุปกรณ์ภาคพื้น 4.ร.อ.กนก ทองเผือก เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร 5.ร.ท.โทสุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรองกรรมการผู้อำนวยใหญ่สายการพาณิชย์ การตั้งแต่งทั้ง 5 ตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วานนี้ (9 ก.ย.) เป็นต้นไป

ส่วน 6. น.ต.สถาพร เจริญศิริ เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

ราคาหุ้นการบินไทย(THAI) ปิดตลาดวานนี้(10 ก.ย.) ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.32% อยู่ที่ 14.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 110.76 ล้านบาท