วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'5by20'พันธกิจปลุกพลังหญิง ของ 'โคคา-โคลา'

เพราะไม่ได้เป็นแค่“ผู้หญิง”หากยังเป็นทั้ง แม่ ภรรยา คนดูแลทุกข์สุขของครอบครัว ห่วงโซ่ธุรกิจสำคัญของ“โคคา-โคลา

มูลค่าการใช้จ่ายทั่วโลกที่เกิดจากผู้หญิงสูงถึงกว่า 20 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกำลังแรงงานกว่าร้อยละ 66 ของแรงงานทั่วโลก แต่กลับมีรายได้เพียงร้อยละ 10 ของรายได้รวมทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่กว่าร้อยละ 90 ของรายได้ ผู้หญิงจะนำไปใช้จ่ายเพื่อครอบครัว

รายงานขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ บอกสถานการณ์และความสำคัญของ “ผู้หญิง” ทั่วโลก หนึ่งในห่วงโซ่ธุรกิจของ “โคคา-โคลา” ที่เป็นทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบ ซัพพลายเออร์ ผู้แทนจำหน่าย ร้านค้าปลีก คนเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำไปรีไซเคิล และช่างฝีมือที่ใช้วัสดุจากผลิตภัณฑ์โคคา-โคลา

เมื่อเป้าหมายของธุรกิจคือ “ความยั่งยืน” ดังนั้นการพัฒนาจิ๊กซอว์เล็กๆ ที่ว่านี้ได้ ก็เท่ากับจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับห่วงโซ่ธุรกิจโดยรวม ทั้งยังร่วมพัฒนาสังคมในประเทศที่เข้าไปลงทุนด้วย

ที่มาของ โครงการ ‘5by20’ พันธกิจพัฒนาศักยภาพผู้หญิงในห่วงโซ่คุณค่าของโคคา-โคลา จำนวน 5 ล้านคน ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) โครงการน้ำดี ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ในการประชุมประจำปีของโครงการคลินตัน โกลบอล อินนิชิเอทีฟ ซึ่งวันนี้ได้อบรบผู้หญิงทั่วโลกไปแล้ว รวมกว่า 550,000 คน ใน 44 ประเทศ

“ในประเทศไทยเราใช้งบลงทุนรวมกว่า 180 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 7 ปี เพื่อพัฒนาทักษะการดำเนินธุรกิจให้กับผู้หญิงในห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา โดยตั้งเป้าอบรมเพิ่มศักยภาพให้กับผู้หญิงจำนวนกว่า 45,000 คน เริ่มจากเจ้าของร้านค้าปลีก เพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน”

“มร.แอนโตนิโอ เดล โรซาริโอ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด บอกเล่า ‘โครงการธุรกิจยั่งยืนกับโคคา-โคลา’ (Sustainable Business with Coca-Cola Program) ที่จะดำเนินการตลอด 7 ปี นับจากนี้

การทำงานเพื่อสังคม ไม่จำเป็นต้อง “บินเดี่ยว” แต่อาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรต่างความเชี่ยวชาญได้

เช่นเดียวกับที่พวกเขาได้ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้เป็นที่ปรึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมยกระดับฝีมือ อำนวยความสะดวกสถานที่ฝึกอบรม ตลอดจนมอบวุฒิบัตรรับรอง หรือการดึง ธนาคารทีเอ็มบี มาทำหน้าที่ฝึกอบรมด้านการวางแผนและบริหารการเงิน อาทิ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เหล่านี้เป็นต้น

“ปัจจุบันเรามีลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีกรวมกว่า 250,000 ร้านค้า โดยกว่าร้อยละ 60 มีผู้หญิงเป็นเจ้าของร้าน”

พวกเขาบอกความสำคัญของผู้หญิงที่เกื้อหนุนธุรกิจอยู่เบื้องหลัง “โคคา-โคลา” เหล่าเจ้าของร้าน “โชห่วย” ตัวเล็กตัวน้อย ที่ต้องเจอโจทย์หนักจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของร้านค้าสะดวกซื้อและห้างค้าปลีกสมัยใหม่

รายไหนปรับตัวได้ ก็รอด ทว่ารายไหนปรับตัวไม่ทันเขาก็ “เจ๊ง”

“เปิดร้านมา 20 กว่าปี เมื่อก่อนทุกอย่างมั่วมาก ไม่รู้จักการบริหารสะต๊อก การจัดเรียงสินค้าตามวันหมดอายุ การบริหารเงินอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง ตอนที่ร้านยังเล็กอยู่ ลูกค้าอยากได้อะไรมาถาม ก็ต้องไปรื้อหาให้เขา แค่ถุงอันเดียวก็ยังต้องรื้อ พอคิดปรับปรุงร้านก็คิดว่า แค่ทาสีใหม่ แต่จริงๆ แล้ว..ไม่ใช่แค่นั้น”

“แป้ง-นิจจิรา แตงกรด” เจ้าของร้านมิริมาร์ท “ปลาดาวมินิมาร์ท” ใน อ.เมือง สุราษฏร์ธานี รายมินิมาร์ทในซอย ที่ให้บริการมานานกว่า 20 ปี โดย “ไม่มีวันหยุด” บอกการทำกิจการแบบ “ลูกทุ่งๆ” ที่อาศัยใจรักเป็นตัวนำ เธอไม่รู้ทฤษฎีการตลาด รู้แต่ว่าที่ลูกค้ายังติดใจมาใช้บริการที่ร้าน ก็คือการให้บริการแบบ “ถึงใจ” ลูกค้าคือพระเจ้า และแม่ค้าไม่ใช่แค่แม่ค้า แต่คือ “ศิราณี” ของลูกค้า

“บางคนมาที่ร้าน เขามาปรับทุกข์ วันนี้ทะเลาะกับแม่สามีมา อย่างโน้นอย่างนี้ เราก็ต้องรับฟัง ร้านโชห่วย ก็ต้องเป็นศิราณีได้ด้วย เพื่อให้เขาได้ระบาย ได้ความสบายใจกลับไป พอรู้สึกว่าไว้ใจเรา เขาจะกลับมาเป็นลูกค้าประจำเอง”

เธอบอกหลักคิดง่ายๆ ที่ใช้ประสบการณ์จริงพิสูจน์มาล้วนๆ จนวันที่ได้มาเรียนรู้เคล็ดวิชาจากผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการธุรกิจยั่งยืนกับโคคา-โคลา เลยได้สารพัดอาวุธเด็ดมาผนึกจุดแข็งให้กิจการ

อย่าง การวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าและคู่แข่ง ปรับปรุงการให้บริการ รู้จักหาพระเอก-นางเอกของร้าน แล้วโปรโมทให้โดนใจ จัดวางสินค้าและบริหารสินค้าคงเหลือ ตลอดจนการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อสร้างจุดขายให้โดดเด่นและตรงกับความต้องการของลูกค้า และทำให้ร้านค้าสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีกำไร

“อาจารย์บอกว่า ไม่ต้องกลัว เซเว่นฯ ไม่ต้องกลัวคู่แข่ง เพราะถ้าเราซื้อใจลูกค้าได้ เราก็ชนะแล้ว”

เธอบอก ก่อนยกตัวอย่างหนึ่งการปรับใช้องค์ความรู้ เช่น ฝึกบันทึกพฤติกรรมของลูกค้า อย่าง เขาชอบซื้ออะไร ซื้อตอนไหน สินค้ายี่ห้ออะไร วันหลังถ้ากลับมาอีก ลูกค้ายังไม่ทันจะเอ่ยปาก เราก็สามารถหยิบสิ่งที่เขาต้องการได้หมดแล้ว นี่คือสูตร “ซื้อใจลูกค้า” ที่ได้ผลชะงัดนัก

จากการทำงานแบบลูกทุ่ง ที่ผูกใจลูกค้ามานานหลายปี สร้างรายได้อยู่ที่วันละประมาณ 5,000 บาท ทว่า การปรับกิจการมาใช้ทฤษฎีที่มืออาชีพขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2-3 พันบาท ต่อวัน!

ในวันที่ตลาดเปลี่ยน คู่แข่งร้านค้าสมัยใหม่เข้ามารุกพื้นที่ แต่ปลาดาวมินิมาร์ท ก็ยังคงยึดฐานที่มั่นของตนเองไว้ได้ เธอบอกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะใจรัก ก็คงไม่ทำมาได้นานขนาดนี้

“ทำงานแบบนี้ ต้องมีใจรัก แป้งรักงานของแป้ง รักงานบริการ รักที่จะอยู่หน้าร้าน ไม่ได้คิดถึงแต่กำไร แค่ได้คุยกับลูกค้า ได้จัดของในร้านให้เป็นระเบียบ จัดของใส่ถุงให้ลูกค้าอย่างเป็นระเบียบ มันเป็นศิลปะเหมือนกันนะ ถ้าเราทำด้วยใจรัก ทุกวันนี้ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เปิดร้านมา 20 กว่าปี ไม่เคยมีวันหยุด ไม่เคยอยากทิ้งร้านไปไหน เพราะสำหรับแป้ง การทำงานทุกวัน คือ..ความสุข”

เธอเป็นตัวแทนของผู้หญิง ที่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง และทำงานที่รักอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับ “แวว-จุรีพร สิทธิศักดิ์” เจ้าของร้าน “ก.พาณิชย์” มินิมาร์ทใน อ. เมือง นครศรีธรรมราช เธอเปิดร้านมาประมาณ 5 ปี หลังย้ายครอบครัวตามสามีมาอยู่ที่นครศรีฯ และใช้หลักคิดต่างๆ มาปรับให้กิจการขายดีขึ้น

เธอยอมรับว่า การมาถึงของร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ ทำให้ร้านโชว์ห่วยเล็กๆ ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะพี่ใหญ่ทุนหนา ระบบเงินหมุนเวียนก็ดี และงบโฆษณาก็เพียบ แล้วร้านเล็กๆ จะเอาอะไรไปสู้เขา ทว่าเธอก็ยังเชื่อว่า ถ้าปรับตัว และใส่ใจในการบริการมากขึ้น ก็จะทำให้เราสามารถอยู่รอดต่อไปได้

“เราไม่ได้เป็นแค่เจ้าของร้าน แต่ยังเป็นแม่บ้าน ที่ต้องดูแลลูกๆ และครอบครัว สำหรับผู้หญิงแล้ว พวกเราทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่รัก และเป็นได้ทุกบทบาทเพื่อครอบครัว” เธอสะท้อนความคิด

หนึ่งตัวอย่างของพลังหญิงจากประเทศไทย ในห่วงโซ่ธุรกิจ “โคคา-โคลา” จิ๊กซอว์ที่พวกเขาเชื่อว่า จะตอบโจทย์ความยั่งยืนของธุรกิจและสังคม