วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวในกรอบ 1570-1600

ภาพการลงทุนสัปดาห์นี้

กลยุทธ์การลงทุน

ข่าวดีในตลาดจากฟากยุโรป (รัสเซีย-ยูโร-ยูเครน) หรือจากภายในของเราภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลเชื่อว่าคงจะรับรู้หมดแล้ว ส่วนข่าวดีที่เหลือจะอยู่จะอิงตามเฉพาะหุ้น-เฉพาะกลุ่ม เรายังคงมองรวมตลาด SET ที่ราคายืนในระดับสูงในปัจจุบันแนะนำเก็งกำไรสั้น ROBINS, BCP, CPALL, และ TUF

การวิเคราะห์ทางเทคนิคภาพ SET INDEX

•กราฟรายวันของดัชนี SET Index ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น ดัชนีได้ยืนเส้นค่าเฉลี่ย 10 และ 25 วัน ได้ในสัปดาห์ที่แล้วต่อเนื่อง เป็นสัญญาณหนุนให้ SET ปรับขึ้นได้

•ส่วนเครื่องมือทางเทคนิค MACD แสดงค่าเป็นบวกสูงกว่า signal line ถือว่าสัญญาณกราฟระยะสั้นให้สัญญาณแกว่งตัวขึ้น

•สรุป ระยะสั้น แกว่งตัวที่กรอบ 1570-1600 จุด

หุ้นแนะนำโดยนักวิเคราะห์ KSS

Dynasty Ceramic: DCC “Hold”

เราปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” (จากเดิม “ซื้อ”) และปรับลดมูลค่าพื้นฐานของหุ้น DCC ลง 3% เป็น 62 บาทตามการปรับลดประมาณการผลประกอบการปี2557 เนื่องจากผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโต YoY ได้อย่างชัดเจนจะเกิดขึ้นอย่างเร็วใน 4Q57 ล่าช้ากว่าเดิมที่เราเคยคาดไว้จะเกิดขึ้นภายใน 3Q57 อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงรักษาจุดแข็งในด้านความเป็นผู้นำตลาดกระเบื้องปูพื้นและผนังในประเทศที่อยู่ระหว่างเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม (HVA) ให้สูงขึ้นจากปัจจุบันที่ 13% ของรายได้รวมซึ่งจะส่งผลบวกต่อ Profit margin ในระยะยาวและ DCC ถือว่าเป็นหุ้นปันผลที่ให้อัตราตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มและ SET โดยรวม

แนวโน้มผลประกอบการ 3Q57 จะใกล้เคียงกับ 3Q56

ภายหลังที่บริษัทแสดงกำไรสุทธิลดลง 9%YoY ใน 1H57 การฟื้นตัวของกำลังซื้อจากภาคเกษตรหลังได้รับชำระหนี้จำนำข้าวคืนจากภาครัฐที่ช่วยพลิกปริมาณขายกระเบื้องปูพื้นและผนังของบริษัทกลับมาเติบโต 2.5%YoY ในเดือน มิ.ย.2557 เติบโตเป็นบวกได้เป็นเดือนแรกสำหรับปีนี้เป็นเพียงปัจจัยบวกระยะสั้นและไม่ช่วยพลิกแนวโน้มผลประกอบการ 3Q57 ให้กลับมาเติบโต YoY ได้อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจาก 1) ปริมาณขายกระเบื้องปูพื้นและผนังในเดือน ก.ค.-ส.ค.2557 ทรงตัว YoY ที่ 3.9 และ 4.5 ล้านตารางเมตรตามลำดับ และ 2) แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรขยับขึ้นเป็น 139 บาทต่อตารางเมตรในปัจจุบัน (เทียบกับ 138 บาทใน 2Q57 และ 134 บาทใน 3Q56) ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ใน 3Q57 เนื่องจากสัดส่วนของสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (กระเบื้องขัดขอบ, กระเบื้องพิมพ์ลายสามมิติ และ กระเบื้องขนาดใหญ่ 24”x 24”) ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 13% ของรายได้รวม แต่มีปัจจัยลบเข้ามากดดันอัตราทำกำไรจากความจำเป็นในการใช้งบการตลาดและประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง 2H57

ปรับลดประมาณการผลประกอบการปี2557

ด้วยแนวโน้มอัตราเติบโตของผลประกอบการที่จะไม่เติบโต YoY ใน 3Q57 ได้ตามที่เคยคาดการณ์ไว้ เราปรับลดสมมติฐานปริมาณขายกระเบื้องปูพื้นและผนังทั้งปี2557 ลง 2% จากเดิมเหลือ 54.5 ล้านตารางเมตร (-1.3%YoY) ซึ่งส่งผลให้รายได้จากธุรกิจหลักทั้งปี2557 ลดลง 1% จากเดิมเหลือ 7.55 พันล้านบาท ทรงตัว YoY และกำไรสุทธิลดลง 3% จากเดิมเหลือ 1.3 พันล้านบาท ทรงตัว YoY ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ผลประกอบการเติบโตในอัตราที่ต่ำ

คาดการณ์อัตราเติบโตของผลประกอบการกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้งในปี2558

ภายหลังที่กำลังซื้อของภาคการเกษตรชะลอตัวในช่วง 1H57 ซึ่งโดยปกติเป็นช่วงฤดูกาลขายของบริษัทส่งผลให้บริษัทพลาดโอกาสสร้างอัตราเติบโตในปีนี้ แต่เราคาดว่าปัจจัยบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มปีในปี2558 ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ DCC ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศประมาณ 35% โดยเฉพาะจากการเริ่มต้นงานโครงสร้างพื้นฐานรอบใหญ่ของภาครัฐที่จะส่งผลบวกต่อเนื่องไปยังงานก่อสร้างของภาคเอกชนรวมถึงกำลังซื้อของภาคชนบทที่จะเป็นประโยชน์ต่อตลาด REM ของกระเบื้องปูพื้นและผนัง ผลประกอบการในปี 58 จะเติบโตจากฐานผลประกอบการที่ทรงตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี2555-2557 โดยที่เราคาดการณ์กำไรสุทธิจะเติบโต 9%YoY

ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” อัตราตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มและ SET

เราปรับลดมูลค่าพื้นฐานลง 3% จากเดิมเป็น 62 บาท อิงวิธี DCF (WACC 10% และ Terminal growth rate 3.5%) เนื่องจากปรับลดประมาณการผลประกอบการปี2557 ที่สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่ลดลงในปีนี้ และปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” (จากเดิม “ซื้อ”) โดยที่ส่วนต่างราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าพื้นฐานใหม่เหลือเพียง 5% อย่างไรก็ตามความน่าสนใจของหุ้น DCC ได้แก่ 1) อัตราตอบแทนเงินปันผลที่ยังจูงใจ 5.4% (ภายใต้นโยบายจ่ายเงินปันผลที่ 100% ของกำไรสุทธิ) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ SET ที่ 2.9% และ 2) แนวโน้มผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโตสูงขึ้นในปี 2558