วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทีโอเอ'แจงตลาดสีฟื้นตามอสังหาฯ

"ทีโอเอ" โหมแคมเปญปลุกยอดขายครึ่งปีหลัง รับสัญญาณบวกอสังหาฯ ผุดโปรเจคใหม่ กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว

นายพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์แนวโน้มตลาดสีทาอาคารในช่วงครึ่งปีหลังว่า จะปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการได้เปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งภาคอสังหาฯถือเป็นธุรกิจต้นน้ำของสี

โดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเข้าสู่ฤดูหนาว ผู้บริโภคมักจะทาสีอาคารต่างๆมากขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ซึ่งเป็นฤดูฝน ซึ่งถือเป็นโลวซีซั่นของตลาดสี

"คาดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพราะในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ภาคอสังหาฯเปิดตัวโครงการค่อนข้างมาก"

ส่วนภาพรวมตลาดสีในช่วงครึ่งปีแรก ยอมรับว่าค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากเศรษฐกิจ กำลังซื้อชะลอตัว โดยบางพื้นที่ตลาดหดตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกข้าวอย่างภาคอีสาน ซึ่งได้รับผลกระทบเนื่องจากรับเงินโครงการจำนำข้าวล่าช้า และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

ปัจจุบันตลาดสีทาอาคารมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเซ็กเมนต์ระดับอัลตร้า พรีเมี่ยม, พรีเมี่ยม, มีเดียม และตลาดอีโคโนมี โดยตลาดระดับอัลตร้าพรีเมียมยังเติบโตได้ สะท้อนว่าผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงยังจับจ่ายใช้สอย ขณะเดียวกันบริษัทก็ได้ปรับกลยุทธ์โดยการพัฒนาสินค้าใหม่ระดับอีโคโนมี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

ขณะที่ภาพรวมบริษัทครึ่งปีแรกยอดขายเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย โดยครึ่งปีหลังยังเดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องภายใต้งบประมาณทั้งปีราว 300 ล้านบาท การเปิดตัวสินค้าไลน์อัพใหม่ๆ และจัดกิจกรรมครบรอบ 50 ปี ทีโอเอ

"เราเป็นเบอร์ 1 จัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง ช่วยทำให้ภาพรวมตลาดสีคึกคัก คู่แข่งต่างๆก็ต้องออกมาใส่เกียร์เดินหน้า ส่วน 7 เดือนที่ผ่านมาบริษัทจัดกิจกรรมการตลาดเฉลี่ยเดือนละ 10 กิจกรรม กระจายสู่ภูมิภาค 80-90%"

นอกจากนี้ ยังได้ปรับยุทธศาสตร์การจำหน่ายสินค้าใหม่ โดยสร้างระบบปิดสำหรับตัวแทนจำหน่ายสีหรือเอเย่นต์โดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ขายเกิดความมั่นใจในโครงสร้างราคาสินค้าว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางร้านวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่

"อนาคตช่องทางจำหน่ายจะมีอิทธิพลมากสำหรับธุรกิจสี เราต้องปรับตัวเพื่อรองรับการขยายตัวของโมเดิร์นเทรด กับร้านจำหน่ายสีแบบทั่วไป ลดการทับซ้อนของการจำหน่าย เพื่อผลักดันให้ทั้งสองช่องทางเติบโตคู่กันได้โดยไม่กินส่วนแบ่งตลาดของกันและกัน โดยปัจจุบันยอดขายสีทีโอเอมาจากช่องทางร้านจำหน่ายสีทั่วไป 90% และโมเดิร์นเทรด 10%"

เขากล่าวอีกว่า แม้ภาพรวมตลาดสีในประเทศจะขยายตัวไม่ดี ทำให้บริษัทปรับแผนโดยมุ่งกระตุ้นยอดขายในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนตลาดในประเทศที่ซบเซา รวมถึงการเจาะกลุ่มเป้าหมายตลาดทาสีซ้ำ(รีเพ้นท์) ซึ่งทำให้ภาพรวมบริษัทยังเติบโต ขณะที่ตลาดค่อนข้างทรงตัว อย่างไรก็ตามสิ้นปีนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายรวมจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย