กอน.รับลูกนายกฯขยายอ้อย 8 แสนไร่ คาดครึ่งปีหลังราคาน้ำตาลตลาดโลกเพิ่ม 20-22 เซนต์ต่อปอนด์
กอน. จี้ 24 หน่วยงานสรุปแผนโรดแมพยุทธศาสตร์อ้อยและน้ำตาลส่ง คสช. วันที่ 5 ก.ย.เผยแผนขยายพื้นที่ปลูกอ้อย 8 แสนไร่ เดินหน้าได้ทันที ไม่ต้องสร้างโรงงานเพิ่ม
นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานจัดทำยุทธศาสตร์อ้อยโรงงานและน้ำตาลทราย (โรดแมพ) ที่ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 24 หน่วยงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกได้มีการเสนอข้อท้วงติงที่หลากหลาย ดังนั้นจึงยังคงหาข้อสรุปแผนโรดแมพไม่ได้
ที่ประชุมจึงให้กรรมการทุกคนกลับไปจัดทำข้อเสนอต่างๆเป็นลายลักษณ์อักษร และส่งกลับมายัง กอน. ภายในวันจันทร์ที่ 1 ก.ย. เพื่อสรุปเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งในวันอังคารที่ 2 ก.ย.จากนั้นจะสรุปโรดแมพ เสนอ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ภายในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.นี้
“ที่ประชุมได้มีการหารือที่หลากหลาย เช่น สมาคมเอทานอลเห็นว่าในการจัดทำโรดแมพอ้อย ควรจะนำเรื่องตลาดความต้องการเอทานอลมาพิจารณารวมในแผนด้วย กรมป่าไม้เสนอให้ดูแลไม่ให้การส่งเสริมการปลูกอ้อยไปรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดของทุกหน่วยงาน จะต้องสรุปส่งให้ภายในวันจันทร์ก่อนเที่ยง” นายสมศักดิ์ กล่าว
ส่วนแผนการส่งเสริมการปลูกอ้อยเพิ่ม 8 แสนไร่นั้น สามารถเดินหน้าได้ทันที เพราะในขณะนี้โรงงานน้ำตาลทั้งหมดมีกำลังการผลิตรองรับปริมาณอ้อยได้อีก 8 แสนตัน คิดเป็นพื้นที่ปลูกอ้อย 8 แสนไร่ ซึ่งจะทำให้โรงน้ำตาลมีประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร
สำหรับแผนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น ยังมีข้อขัดแย้งระหว่างโรงงานกับชาวไร่อ้อย โดยฝ่ายโรงงานต้องการให้ปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลภายในประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามกลไกราคาตลาด
ขณะที่เกษตรกรก็ห่วงว่าหากปล่อยลอยตัว จะสูญเสียเงินจัดเก็บเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 5 บาท ที่จะนำมาช่วยเกษตรกรในช่วงที่ขาดทุน แต่ก็คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนปี 2558 ที่จะเปิดเออีซี เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีส่วนได้ส่วนเสียและมีผลประโยชน์ร่วมกัน
สำหรับสถานการณ์น้ำตาลล่าสุด สต็อกน้ำตาลโลกมีแนวโน้มลดลง 3.99 ล้านตัน จาก 11.20 ล้านตันในปีที่ผ่านมา คาดว่าราคาน้ำตาลโลกจะอยู่ในระดับ 17-18 เซนต์ต่อปอนด์ หรือ 12,000-12,700 บาทต่อตัน ในช่วงหลังของปี 2557 ส่วนในปีหน้าคาดว่าสต็อกน้ำตาลโลกจะลดไปที่ 1.30 ล้านตัน ทำให้ราคาจะปรับตัวขึ้นไปที่ 20-22 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ อินโดนีเซีย 27% ญี่ปุ่น 11% กัมพูชา 10% เกาหลีใต้ 8% มาเลเซีย 5% และอื่นๆ 39%
ด้านการใช้น้ำตาลทรายภายในประเทศปี 2556/2557 มีการบริโภคทางตรงผ่านยี่ปั๊ว 57.67% หรือ 1.43 ล้านตัน และมีการบริโภคทางอ้อมผ่านภาคอุตสาหกรรม 42.33% หรือ 1.04 ล้านตัน ซึ่งน้ำตาลที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมจะไปที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม 52% รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมอาหารและผลไม้กระป๋อง 24.25% ผลิตภัณฑ์นม 17.73% ขนมปัง สุรา เบียร์ 2.53% ลูกกวาด 2.20% ยาและอื่นๆ 1.29%
“การขยายตัวของการบริโภคน้ำตาลทรายภายในประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8%ต่อปี หรือมากกว่า 2 แสนตันต่อปี โดยมีสาเหตุมาจากสภาวะการขยายตัวของการบริโภคโดยตรง และการบริโภคของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้คาดว่าในปี 2563 จะมีความต้องการน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2 ล้านตัน” นายสมศักดิ์ กล่าว








