วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัสเซียรุดถกนำเข้าอาหาร-เกษตรไทย

ทูตพาณิชย์รัสเซียเจรจาไทย ขยายความร่วมมือการค้า-ลงทุน ระบุต้องการนำเข้าสินค้าอาหาร ทดแทนสินค้าที่แบนจากอียู

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานสภาธุรกิจไทย - รัสเซีย เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทูตพาณิชย์ประจำประเทศไทย ได้เข้าหารือกับ ส.อ.ท. กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ในการเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทย เพื่อทดแทนสินค้าอาหารจากสหภาพยุโรป ที่รัสเซียได้ออกมาตรการห้ามนำเข้าเป็นเวลา 1 ปี โดยสินค้าหลักๆ ที่จะนำเข้าจากไทยได้แก่ เนื้อหมู ไก่ ปลา กุ้ง ผักผลไม้ และอาหารกระป๋อง

“ที่ผ่านมาชาวรัสเซียมีความชื่นชอบอาหารไทยมากพอสมควร ผ่านทางนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ซึ่งถือเป็นโอกาสที่สำคัญของไทยในการส่งสินค้าเข้าไปเจาะตลาดรัสเซียที่มีประชากรกว่า 140 ล้านคน กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของ สอท. ได้ตอบรับกับทูตพาณิชย์รัสเซียอย่างเต็มที่ ส่วนคู่แข่งที่สำคัญในภูมิภาคนี้ก็มีเพียงประเทศเวียดนาม แต่ทางรัสเซียก็ได้ย้ำว่ามีความต้องการนำเข้าอาหารจากประเทศไทยเป็นหลักก่อน เพราะมีมาตรฐานที่ไว้วางใจได้” นายเกรียงไกรกล่าว

รัสเซียยังให้ความสำคัญกับสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ ยางรถยนต์ และยางพาราจากไทย เนื่องจากรัสเซียได้ตั้งเป้าที่จะยกระดับขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 2 ของยุโรป รองจากประเทศเยอรมัน และเป็นอันดับ 1 ของยุโรปตะวันออก คาดว่าจะมียอดการผลิตรถยนต์กว่า 1 ล้านคันต่อปี จึงจำเป็นต้องขยายการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อรถยนต์อีกมาก ซึ่งก็ตรงกับศักยภาพการผลิตของไทยที่รองรับกับอุตสาหกรรมของรัสเซียได้

ช่วงเดือนธ.ค.2556 ได้นำร่องสั่งซื้อยางพาราแผ่นจากไทยมีมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอีกมาก ซึ่งจะช่วยยกระดับราคายางพาราในประเทศได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้นักธุรกิจรัสเซียยังได้ให้ความสนใจเข้ามาลงทุน ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในไทย เพื่อเป็นประตูการเข้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งยังสนใจเข้ามาลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในไทย เช่น โครงการรถไฟฟ้า การวางท่อก๊าซ โครงการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งจำหน่ายอาวุธ น้ำมันดิบ และก๊าซให้กับไทย เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก และส่งออกน้ำมันอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดีอาระเบีย

ส่วนผลการเยือนรัสเซียในช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ประธานสภาธุรกิจรัสเซีย - ไทย และนักธุรกิจชั้นนำของรัสเซีย ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจไทยเป็นอย่างดี โดยมีผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่จะมาจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ยางพารา อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งผลจากการหารือได้มีการจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการรัสเซีย และมีการสร้างเครือข่ายทางการค้าร่วมกัน และมั่นใจว่าจะมีการสั่งสินค้าตามมาอีกมาก และได้มีการลงนามเอ็มโอยูขยายความร่วมมือทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ในปี 2016 จะเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกันให้ได้ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี จากปัจจุบันที่ 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

“ผู้ประกอบการรัสเซียได้เน้นย้ำว่าจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยุโรป ทำให้ประธานาธิบดีปูติน เปลี่ยนนโยบายจากการทำการค้ากับยุโรป หันมาขยายการค้าจีน และอาเซียนมากขึ้น โดยในอาเซียนได้ให้ความสำคัญกับไทยมาก เพราะเป็นศูนย์ของภูมิภาค” นายเกรียงไกร กล่าว