background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

SST - ซื้อ

SST - ซื้อ

หุ้น Turnaround แห่งปี 2015

ประเด็นการลงทุน

เราแนะนำซื้อ SST ด้วยราคาเป้าหมายปี 2015 ที่ 42 บาท โดยเป็นหุ้น Top pick ในกลุ่ม Small cap พิจารณาจาก Upside ที่สูง อีกทั้งยังมี Catalyst ที่สนับสนุนการแรลรี่ของราคาหุ้น จากผลการดำเนินงาน Turnaround ในปีหน้า, การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจมาเป็นเจ้าของแบรนด์เองซึ่งมีโอกาสขยายแฟรนไชน์ออกต่างประเทศ, มูลค่าสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจคลังสินค้าจำนวนมหาศาล, อัพไซด์จากการซื้อธุรกิจเพิ่มและการขายบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไปจนถึงแนวโน้มของกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง 25% 2015-16 และการจ่ายหุ้นปันผลซึ่งที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่ม wealth ของผู้ถือหุ้นทุกครั้งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ในอัตราสุงสุดถึง 80% โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายด้วย EV/EBITDA เพียง 7 เท่า เทียบกับกลุ่มที่ 15 เท่า (PE เพียง 21x เทียบกลุ่มฯที่ 35x)

Theme 1: เปลี่ยนจาก franchisee เป็น franchisor

ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่หลังจากการซื้อกิจการ เกรฮาวด์ SST จะเปลี่ยนตัวเองจากผู้ซื้อแบรนด์ (franchisee) มาเป็นผู้ขายแบรนด์ (franchisor) ด้วยการใช้แบรนด์ Greyhound ของตัวเองในการขายแฟรนไชน์ไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่เราคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว ให้กับ SST โดยปัจจุบันมีการขายแฟรนไชน์ใน ฮ่องกง และจีนแล้ว และ เราคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาขายแฟรนไชน์เพิ่มอีกในปลายปีนี้กับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดภูมิภาคเอเชีย และเชื่อว่าข่าวเซ็นสัญญาขายแฟรนไชน์ลูกค้ารายใหม่ในปีนี้ จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นระยะสั้น เราคิดว่าจุดแข็งของ SST ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ เกิดจาก สายสัมพันธ์ธุรกิจกับคู่ค้าต่างประเทศ และ Knowhow ระดับโลก ที่ได้มาจากการบริหารจัดการธุรกิจอาหาร ร่วมกับ Au bon pain, Dunkin Donuts, Baskin Robbins ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

Theme 2: Upside from M&A and asset spin-off

นอกเหนือจาก Synergy ในแง่ต้นทุนที่ลดลง จากการซื้อกิจการ Greyhound ครั้งนี้ เราคิดว่าการเพิ่มแบรนด์สินค้าที่ติดตลาดเข้ามาในพอร์ต จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองเพื่อลดค่าเช่าพื้นที่ และยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าที่ดีเป็นที่ต้องการของ ห้างสรรพสินค้า และเมื่อดูจากแนวโน้มตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เราคาดว่า SST มีแนวโน้มจะเข้าซื้อกิจการธุรกิจอาหารเพิ่มอีกในอนาคต เพื่อเสริมสร้างจุดแข็งดังกล่าว นอกจากนี้เราคาดว่า SST มีแนวโน้มที่จะขาย Mudman เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเป็นการปลดล๊อคมูลค่าที่ซ่อนอยู่ของและเป็น upside ต่อปรมาณการ และล่าสุด SST ตกลงขายธุรกิจน้ำมันพืชทิพซึ่งขาดทุนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2013 ขาดทุน 84 ล้านบาท) ช่วยให้ในปี 2015 บริษัทจะไม่มีการขาดทุนจากธุรดิจน้ำมันพืชอีก

Theme 3: Huge hidden asset value

ด้วยบริษัทฯมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจคลังสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ดังเช่น การออกกองทุน SSTPF, SSTSS ที่สามารถระดมทุนได้ราว 1,500 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนในงบการเงินมีเพียง 685 ล้านบาท ซึ่งเราเห็นว่าสินทรัพย์ประเภทคลังสินค้าที่ SST มีอยู่สามารถที่จะแบ่งสัดส่วนจัดตั้งกองทุนออกขายเพิ่มได้อีกมาก โดยเราคาดว่า SST มีศักภายในการตั้งกองทุนอสังหาฯเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท จากต้นทุนสินทรัพย์ในงบการเงินประมาณ 1,200 ล้านบาท

Theme 4: กำไรเติบโตสูง+หุ้นปันผล หนุน wealth ผู้ถือหุ้น

เราคาดกำไรปกติของ SST จะเติบโตในอัตรา 25% ในช่วง 2015-16 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ธุรกิจอาหารที่เติบโตต่อเนื่อง และยังมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้น (stock dividend) ซึ่งเราคาดว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะจ่ายปันผลเป็นหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าบริษัทอยู่ในช่วงเติบโตสูงซึ่งจำเป็นต้องสำรองเงินสดเพื่อขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยในอดีต SST มีประวัติการประสบความสำเร็จในการจ่ายหุ้นปันผลทั้ง 3 ครั้งใน 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ถือหุ้นมี wealth ที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการจ่ายหุ้นปันผล เฉลี่ยที่ 42% และ สูงสุดที่ 80% (ดู Figure1)